ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - โฆษกกรรมธิการทหาร วุฒิสภา วอนทุกฝ่ายหยุดใช้ไอโอในสถานการณ์เปราะบาง เพื่อตอกย้ำให้เกิดความแตกแยกในพื้นที่ชายแดนใต้มากขึ้น จี้ แม่ทัพภาค 4 ทำความเข้าใจกับภาคประชาสังคมในเรื่องสถาบันการศึกษาเป็นแหล่งบ่มเพาะของบีอาร์เอ็น
วันนี้ (16 เม.ย.) จากกรณีความขัดแย้งทางความคิดเห็นระหว่าง พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 กับผู้บริหารสถาบันการศึกษาและภาคประชาสังคมในพื้นที่ มีการเคลื่อนไหวจะยื่นหนีงสือต่อนายอนุทมิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมาติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 17 เม.ย.นี้ เพื่อให้ย้าย พล.ท.นรธิปออกจากพื้นที่นั้น
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา เลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวว่า ไม่สบายใจกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ที่กำลังขยายวงและเดินเข้าสู่กับดักของบีอาร์เอ็น ที่เคลื่อนไหวสนับสนุนให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 มีการใช้ไอโอหรือสงครามข่าวสารของทั้ง 3 ฝ่าย คือ บีอาร์เอ็น ภาคประชาสังคม และ กอ.รมน. ซึ่งเป็นไอโอที่สร้างความแตกแยกและให้เกิดช่องว่างทางสังคมมากขึ้น มีการต่อสู้ด้วยการนำหลักฐานที่หน่วยงานความมั่นคงติดตามการบ่มเพาะและกิจกรรมต่างๆ ในหลายสถานบันการศึกษา ที่หมิ่นเหม่ต่อกฎหมายความมั่นคง การโกงเงินค่าหัวของนักเรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในหลายแห่งที่เคยถูกดำเนินคดีมาเผยแพร่ เพื่อให้เห็นว่า มีการใช้สถาบันการศึกษาบางแห่งเป็นแหล่งบ่มเพาะจริง ในขณะที่อีกฝ่าย นำเอา เหตุการณ์ความผิดพลาดในอดีตของรัฐไทย ตั้งแต่เรื่องการสูญหายของหะยีสุหรง โต๊ะมีนา เรื่องการฆ่าอดีต ส.ส. การยิงอดีต ส.ว. และการซ้อมทรมาน การอุ้มหาย เพื่อให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมในการแก้ปัญหาความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด และเรียกร้องให้ทหารอย่าเข้าไปปฏิบัติการใดๆ กับปอเนาะ ตาดีกา
“การใช้ไอโอหรือทำ สงครามข่าวสารอย่างเข้มขึ้นได้สร้างความสีบสน สร้างความ เกลียดชังให้กว้างมากขึ้น จึงขอให้รัฐบาล กองทัพ และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ให้ความสำคัญกับเรื่องของไอโอ และแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน เพราะนี่คือการเดินเข้าสู่กับดักของบีอาร์เอ็น” นายไชยยงค์ กล่าว
นายไชยยงค์ กล่าวว่า รวมทั้งขอให้ พล.ท.นรธิปทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้เห็นต่างในเรื่องที่แนวร่วมบีอาร์เอ็นใช้สถาบันการศึกษาหลายแห่ง ที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ามีหลักฐาน ที่ชัดเจนมาแสดงทุกฝ่ายได้เห็นว่าเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ใช้ทั้งหมด เพราะ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ามีหลักฐานจากงานการข่าวและจากการเข้าไปสั่งให้สถาบันเหล่านั้นยกเลิกกิจกรรมที่ผิดกฎหมายมาโดยตลอด เพื่อทำความเข้าใจกับผู้บริหารสถาบันการศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหว และขอให้ทุกฝ่ายยอมรับความเป็นจริงของสถานการณ์ในพื้นที่ อย่าได้กลายเป็นเครื่องมือของบีอาร์เอ็น ที่ต้องการให้ฝ่ายความมั่นคงตรวจสอบสถาบันการศึกษาที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของบีอาร์เอ็น และต้องการใช้สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเพื่อบ่อนทำลายหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกฝ่ายต้องพูดคุยกันเพื่อยุติปัญหาความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะเป็นไฟลามทุ่ง


