xs
xsm
sm
md
lg

นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่แฉ! สงกรานต์ 4 วันคนล้นแต่มาเลย์หด จี้แก้ปัญหาด่านอืด ข่าวน้ำมันขาด ก่อนซบเซายาว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - สงกรานต์หาดใหญ่ปี 69 คนร่วมงาน 4 วันกว่า 5 แสนคน นักท่องเที่ยวมาเลย์ลด เซ่นข่าวน้ำมันขาดแคลน ซ้ำเติมระบบด่านศุลกากรสุดอืด วงการท่องเที่ยวหวั่นหลังเทศกาลหาดใหญ่อาจเข้าสู่ภาวะซบเซาหนักกว่าเดิม

วันนี้ (16 เม.ย.) ดร.สิทธิพงค์ สิทธิพัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา ได้เปิดเผยถึงภาพรวมของการจัดงานในเทศกาลสงกรานต์ของ จ.สงขลา ในปี 2569 ซึ่งในปีนี้มีการจัดงานเพิ่มขึ้นเป็น 4 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 11-14 เมษายน ซี่งในอดีต จ.สงขลา จะจัดให้มีการเล่นน้ำสงกรานต์เพียง 2 วัน คือนวันที่ 12 และ 13 การจัดงานสงกรานต์ที่จัดถึง 4 วัน เป็นผลให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเล่นน้ำสงกรานต์ใน จ.สงขลา ซึ่งมีการจัดงานรื่นเริง ทั้งในเทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลด่านนอก ต.สำนักขาม ชายแดนไทย-มาเลเซีย ทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย-สิงคโปร์เข้ามาเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์ใน จ.สงขลา โดยเฉพาะที่เทศบาลนครหาดใหญ่รวม 4 วันมีกว่า 500,000 คน ถือว่าประสบความสำเร็จ ในปริมาณของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ จากการที่มีการจัดงานเพิ่มขึ้นเป็น 4 วัน

“แต่จำนวนนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียมีจำนวนที่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และประเทศมาเลเซียประชาสัมพันธ์ให้คนของเขางดมาเที่ยวในประเทศไทยเพราะน้ำมันขาดแคลน ทำให้จำนวนทัวร์จากมาเลเซียหายไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งดูได้จากตัวเลขการจองที่พักโรงแรมในหาดใหญ่ มียอดจองเพียง 80 % และนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย-สิงคโปร์จำนวนหนึ่งก็ไม่ได้แวะที่หาดใหญ่ หาดใหญ่ เป็นเพียงเมืองผ่าน เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งเดินทางไปเที่ยวในจังหวัดอื่นๆ ของภาคใต้ เช่น สตูล พัทลุง เกาะสมุย และเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ เพราะหาดใหญ่เป็นเมืองที่มากิน มานอน มาซื้อของ แล้วก็ไม่มีอะไรที่เป็นแลนด์มาร์คสำหรับนักท่องเที่ยว”

ดร.สิทธิพงค์ กล่าวว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่น้อยลง เพราะจังหวัดสงขลาไม่ได้ประชาสัมพันธ์เรื่องการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่รัฐบาลมาเลเซียได้ออกข่าวเตือนให้ประชาชนของเขางดการเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย เรื่องนี้ จังหวัดสงขลาต้องเชิญกงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลามาชี้แจงถึงสถานการณ์การขาดแคลนน้ำมันที่คลี่คลายลงแล้ว และปั๊มน้ำมันในสงขลา ในภาคใต้ ไม่ได้ขาดแคลนน้ำมัน หรือการเชิญ สื่อมวลชนมาเลเซียมาทำความเข้าใจ แต่ผู้รับผิดชอบของ จ.สงขลาไม่ได้ทำ จึงทำให้นักท่องเที่ยวจำหนวนหนึ่งหายไปจากข่าวสารเรื่องน้ำมันขาดแคลน

ประเด็นปัญหาการเข้าเมืองของนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย-สิงคโปร์ในทางบก ซึ่งต้องผ่านด่านพรมแดนสะเดาและด่านพรมแดนปาดังเบซาร์ ที่นักท่องเที่ยวต้องใช้เวลาในการ ตรวจคนเข้าเมือง 2-3 ชั่วโมง ในปีนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เปิดตู้ตรวจหนังสือเดินทางเต็มอัตรา แต่กลับมาล่าช้าในจุดตรวจของศุลกากร ที่ต้องตรวจสิ่งของและยานพาหนะที่ยังล่าช้าเหมือนเดิม ซึ่งอยากให้มีการแก้ไขให้ยื่นเอกสารทางออนไลน์ มีการใช้ระบบคิวอาร์โค้ดในการตรวจสอบเหมือนกับประเทศต่างๆ ที่เจริญแล้ว ซึ่งใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น

โดยภาพรวม การจัดงานเทศกาลในครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ คนไทยในพื้นที่เข้าร่วมเทศกาลสงกรานต์มากขึ้น แต่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย-สิงคโปรน้อยลง นักท่องเที่ยวเชื้อสายอินเดีย-มาเลย์เข้ามาเที่ยวหาดใหญ่มากขึ้น แต่การจับจ่ายใช้สอยเงินของนักท่องเที่ยว ทั้งไทยและเทศน้อยลง ตามสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย และราคาน้ำมันที่แพงขึ้นทั้งในประเทศไทยและมาเลเซีย สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ หลังเทศกาลสงกรานต์ ความซบเซาคงจะกลับมาเยือนหาดใหญ่อีกครั้ง ซึ่งอาจจะหนักกว่าเดิม เพราะโดยสภาพข้อเท็จจริง นักท่องเที่ยวลดลง โรงแรมให้บริการผู้เข้าพักเพียง 50 %

ในขณะนี้ ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นได้ฉุดราคาสินค้าทุกชนิดสูงขึ้นทำให้ต้นทุนของโรงแรมเพิ่มขึ้น แต่สมาคมโรงแรมได้มีการประชุมและพูดคุยกันในการที่จะยังไม่ขึ้นราคาค่าที่พัก แต่จะอั้นได้นานเท่าไหร่เป็นเรื่องของอนาคต เพราะหากน้ำมันยังแพง ราคาสินค้ายังขึ้นก็อาจจะต้องมีการปรับราคา ทางรอดของหาดใหญ่ต้องมีการสร้างแลนด์มาร์ค เช่น การเอาสวนสาธารณะหาดใหญ่มาเป็นแลนด์มาร์ค เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้เกิดขึ้น และรัฐบาลต้องมีนโยบายในการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั่วประเทศ โดยการแยกนโยบายเป็นแต่ละภาค

ที่สำคัญ วันนี้ หาดใหญ่ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ เมื่อปลายปี 2568 ยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ การขอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟโลนท์ ที่ธุรกิจขนาดใหญ่ขอกู้ในวงเงิน 40 ล้านบาทต่อราย มีการอนุมัติให้กู้ได้รายละ 1 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนธุรกิจขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอี ยังช่วยตนเองไม่ได้ นี่คือสิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวของ จ.สงขลา

ด้านนายวิทยา ลิ่ม อดีตประธานชมรมมัคคุเทศก์ จ.สงขลา กล่าวถึงปัญหาของการท่องเที่ยว ซึ่งในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เทศบาลมีการจัดอีเวนท์ถึง 6 เวทีในเทศบาลนครหาดใหญ่ มีการปิดถนนสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน การนำนักท่องเที่ยวเข้าที่พักเป็นไปด้วยความลำบาก ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการปิดถนนจนรถติดทั้งเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งที่ไม่ได้รับความสะดวกเปลี่ยนความตั้งใจไปเที่ยวที่อื่นแทน และในปีนี้ นักท่องเที่ยวมาเลเซีย-สิงคโปร์ที่น้อยลง ทำให้ไกด์ตกงาน มีไกด์ที่ได้ทำหน้าที่มัคคุเทศก์เพียง 10 %

ที่สำคัญมีนักท่องเที่ยวชาวจีนแผนดินใหญ่จำนวนหนึ่ง ที่ทำธุรกิจในประเทศมาเลเซีย ที่ต้องการเดินทางเข้ามาเที่ยวในหาดใหญ่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทยปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ ทั้งที่ไม่มีแบล็คลิสต์ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองให้เหตุผลว่า นักธุรกิจคนจีนเหล่านี้เดินมามาหาดใหญ่บ่อยๆ หรือทุกเดือน จึงปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ คนกลุ่มนี้เป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ นำเงินมาใช้ครั้งละ 2-3 หมื่นบาทต่อคน การไม่ให้เข้าประเทศ จึงทำให้สูญเสียโอกาส และไกด์ได้รับความเดือดร้อน เพราะจ่ายค่ามัดจำโรงแรมไว้แล้วเมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ได้ก็เกิดความเสียหาย

ประเด็นสุดท้าย ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจำนวนหนึ่งเดินทางมาเที่ยวหาดใหญ่ด้วยรถไฟ มาลงที่สถานีรถไฟปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นสถานีร่วม แต่การต่อขบวนรถไฟจากของมาเลเซียมาเป็นขบวนรถไฟของไทยเพื่อเข้ามาหาดใหญ่มีปัญหามาก เนื่องจากขบวนรถไฟท้องถิ่น ที่วิ่งระหว่างหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ทั้ง 3 ขบวนล่าช้า และไม่มีการปรับเวลาให้ตรงกับขบวนรถไฟของมาเลเซีย ทำให้นักท่องเที่ยวมาเลเซีย ต้องเสียเวลารอรถไฟไทย เพราะหาดต้องใช้บริการรถตู้และแท็กซี่ จากปาดังเบซาร์ มายัง อ.หาดใหญ่ ต้องเสียค่าใช้จ่ายตั้ง 1,200-2,000 บาท และไม่สะดวกในการสัญจรระหว่าง สถานีรถไฟกับสถานีขนส่ง ซึ่งต้องการให้มีการปรับปรุงเวลาของขบวนการรถไฟท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับเวลาของรถไฟมาเลเซีย เพื่อให้เกิดความสะดวกกับนักท่องเที่ยวเหล่านี้ ที่พวกเขาเอาเงินมาให้คนหาดใหญ่