ยะลา - แม่ทัพภาค 4 นำทีมแถลงความคืบหน้ากรณีคนร้ายยิง ส.ส.นราธิวาส ล่าสุด ตร.จับตัวมือปืนที่ก่อเหตุได้เพิ่มอีก 1 ราย ขณะที่ผลสอบ น.อ.มนตรี ที่ให้เพื่อนยืมรถไปก่อเหตุเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับหน่วยงาน ยันไม่ได้นิ่งนอนใจและไม่ปกป้องคนผิด
วันนี้ (13 เม.ย.) ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พ.อ.มานะ ปริญญาศิริ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน.ภาค 4 สน. และ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ผู้แทนกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อชี้แจงความคืบหน้าและข้อเท็จจริงเหตุการณ์ลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2569 ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชน
พล.ทนรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ โดยยืนยันนับตั้งแต่เกิดเหตุ ตนได้รับเรื่อง ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่บางเรื่องเราไม่ต้องไปบอกเล่าให้สื่อมวลชนรับทราบทุกเรื่องว่าทำอะไร แต่ในทางปฏิบัติตนได้ประสานกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งเป็นเพื่อนตนให้ดำเนินคดีตรงไปตรงมา
ส่วนกรณีมีการตั้งคำถามว่าทำไมไม่ลงโทษ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ตั้งแต่วันแรกที่รับทราบได้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา โดย กรณี น.อ.มนตรี ที่ให้รถไปก่อเหตุ อยู่ในโครงสร้าง บังคับบัญชาโดยตรงคือ ผอ.กอ.รมน.นราธิวาส ผู้รับผิดชอบคือผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ตนได้สั่งการเรียนผู้ว่าฯ ให้ตรวจสอบโดยตั้งกรรมการสอบสวน ซึ่งได้การดำเนินการสอบสวน น.อ.มนตรี ได้รายงานมาที่ตนรับทราบในขั้นต้น โดยความผิดที่เกิดขึ้นถ้า น.อ.มนตรีไปเกี่ยวข้อง ให้ทางฝ่ายกฎหมายตรวจสอบ ถ้าไปทำกระทำความผิดตามที่พนักงานสอบสวนรายงาน
ด้าน พ.อ.มานะ ปริญญาศิริ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีความเห็นว่า การกระทำของ น.อ.มนตรี เป็นการกระทำส่วนบุคคลไม่เกี่ยวกับหน่วยงาน แต่เป็นหัวหน้างานบริหารงานบุคคลส่งกำลังบำรุง ที่มีอำนาจในการให้ใช้รถเข้าออกหน่วยงานราชการ แต่ น.อ.มนตรี ให้รถกับบุคคลภายนอก ซึ่งไม่ใช่ปฏิบัติหน้าที่ราชการ คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่า น.อ.มีความผิด 3 ส่วน
1.ความผิดทางแพ่ง นาวาเอกมนตรี โตประเสริฐ ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของทางราชการทั้งหมด ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เนื่องจาก เป็นการกระทำโดยจงใจฝ่าฝืนระเบียบของทางราชการ
2.ความผิดทางวินัย การกระทำของนาวาเอกมนตรี โตประเสริฐ เข้าข่ายความผิดวินัยร้ายแรง ฐานละเลยต่อหน้าที่ราชการ และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทางราชการ โดยหน่วยได้ดำเนินการส่งตัวนาวาเอกมนตรีฯ กลับต้นสังกัด และเสนอให้กองทัพเรือดำเนินการสอบสวนวินัยร้ายแรงตามพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ. 2457 ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ
3.ความผิดทางอาญา แบ่งออกเป็น 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ประเด็นที่ 1 เป็นไปตามพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนว่านาวาเอกมนตรีฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุในการยิงนายกมลศักดิ์ฯ หรือไม่ อย่างไร และประเด็นที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาส จะต้องจัดผู้แทนเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับ น.อ.มนตรี ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญานั้น มาตรา 151 : ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ (กรณีเอื้อประโยชน์ให้เพื่อนใช้ทรัพย์หลวง) มีอัตราโทษ จำคุก 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือปรับ 100,000 บาท ถึง 400,000 บาท
ซึ่ง กอ.รมน.นราธิวาส ต้องดำเนินการในการดำเนินคดี และมาตรา 157 : ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 - 10 ปี ปรับ ตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยที่กรรมการสอบข้อเท็จจริงจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่ง น.อ.มนตรี ยอมรับว่าเป็นการกระทำส่วนตัวโดยแท้ ไม่เกี่ยวกับส่วนราชการแต่อย่างใด
ขณะที่ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ดีมีความคืบหน้าอย่างมาก จากการได้รับความร่วมมือด้านข้อมูลเชิงลึกจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 คน ได้แก่ 1.นายสมพร ลังเดช, 2.นายอลาวี อาแว, 3.นายสุนทร พรหมภักดี และล่าสุดสามารถคนที่ 4.นายธนภัทร วัฒนภิญโญ หนึ่งในมือปืนตามหมายจับได้แล้ว ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขณะกำลังหลบหนี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างซักถาม เหลือเพียง ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธิน ที่เป็นมือปืนยังอยู่ระหว่างการหลบหนี
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะสืบสวนให้ถึงผู้กระทำผิดทุกราย ตั้งแต่ผู้ลงมือกระทำ ผู้จ้างวาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และจะสืบสวนอย่างเต็มที่ เราจะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนอย่างถึงที่สุด หากสืบสวนไปถึงใครที่เป็นผู้ดำเนินการก็จะไม่ละเว้น


