นราธิวาส - พ่อค้าแม่ค้านราธิวาสโอดก๊าซหุงต้มราคาพุ่งทะลุเพดาน รับศึกรอบด้านทั้งค่าขนส่งและวัตถุดิบ เจ้าของร้านแบกต้นทุนจนหลังแอ่นแต่ใจไม่กล้าขึ้นราคามาก กลัวซ้ำเติมลูกค้าในยุคข้าวยากหมากแพง
วันนี้ (12 เม.ย.) สถานการณ์ค่าครองชีพในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งก่อนหน้านี้กรมการค้าภายในร่วมกับกระทรวงพลังงาน จะมีประกาศตรึงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (LPG) ขนาดถัง 15 กก. ไว้ที่ราคา 423 บาท จนถึงเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน แต่ปัจจุบันในพื้นที่ผู้ประกอบการขนส่งและพ่อค้าคนกลางจำเป็นต้องบวกค่าใช้จ่ายเพิ่มเข้าไปในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ค่ารถขนส่งจากโรงงานบรรจุ ไปจนถึงค่าจัดส่งถึงบ้านลูกค้า
โดยก๊าซขนาด 15 กิโลกรัม ราคาป้าย 469 บาท (สูงกว่าราคาตรึง 46 บาท) ก๊าซขนาด 48 กิโลกรัม ราคาป้าย 1,455 บาท ซึ่งหากเป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร ต้นทุนค่าขนส่งถังขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมาก จะยิ่งทำให้ราคาปลายทางขยับสูงขึ้นไปอีกเป็นเงาตามตัว ก๊าซขนาด 4 กิโลกรัม ราคาป้าย 152 บาท ซึ่งเป็นขนาดที่ชาวบ้านนิยมใช้มากที่สุด
น.ส.ซูไรดา มะนอ เจ้าของร้านอาหารตามสั่งและร้านโรตีในพื้นที่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันทางร้านต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตต้นทุนรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันพืช ของสด ของแห้ง และที่สำคัญที่สุดคือก๊าซหุงต้มที่เป็นหัวใจหลักในการทำอาหาร ตอนนี้ของทุกอย่างขึ้นราคาหมด โดยเฉพาะก๊าซหุงต้มที่ปรับขึ้นทีละหลายสิบบาทต่อถัง พ่วงมาด้วยค่าขนส่งสินค้าจากส่วนกลางที่แพงขึ้นเพราะน้ำมันแพง เราต้องรับซื้อวัตถุดิบในต้นทุนที่สูงขึ้นมาก ทำให้ร้านได้รับผลกระทบโดยตรง จำนวนลูกค้าก็น้อยลงเพราะทุกคนต่างก็ต้องประหยัด
“ทางร้านจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าขึ้นในบางเมนู โดยเฉพาะเมนูที่ใช้ของแห้งและวัตถุดิบที่มีต้นทุนสูง แต่สำหรับเมนูหลักอย่าง โรตี ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อและมีลูกค้าประจำจำนวนมาก ยังคงยืนหยัดขายในราคาเดิม แม้จะต้องกำไรน้อยลงจนเกือบเข้าเนื้อ เพราะเราเห็นใจลูกค้า ถ้าปรับขึ้นทันทีในยุคที่เศรษฐกิจแบบนี้ เกรงว่าลูกค้าจะน้อยลงไปอีก อะไรที่พอจะถัวเฉลี่ยกันได้ หรือยังขายราคาเดิมไหว เราก็พยายามตรึงไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อประคับประคองทั้งร้านและลูกค้าให้รอดไปด้วยกัน"


