xs
xsm
sm
md
lg

DSI ลุยปัตตานี! แกะรอยปมที่ดินทับซ้อน ‘ส.ป.ก.-น.ส.3’ หลังชาวบ้านร้องระงมโดนแย่งที่ทำกิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปัตตานี -DSI จังหวัดชายแดนภาคใต้ สนธิกำลังลงพื้นที่อำเภอมายอ ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการออกเอกสารสิทธิส่อผิดกฎหมาย หลังพบปมทับซ้อน ส.ป.ก. 4-01 กับที่ดินเดิมของราษฎร พร้อมใช้โดรนบินสำรวจพิสูจน์พิกัดภาพถ่ายทางอากาศ และเร่งสอบสวนกรณีขุดดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ย้ำชัดหากพบทำผิดจริงดำเนินคดีถึงที่สุด เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ประชาชน

วันนี้ (11 เม.ย.) นายเจตนา เหมมุน ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ (DSI) จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดปัตตานี ศูนย์ป่าไม้ปัตตานี เทศบาลตำบลลางา และสำนักงานที่ดินจังหวัดปัตตานี สาขาปานาเระ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลลางา อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี

การลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีชาวบ้านร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อน จากการออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 ทับซ้อนกับที่ดินทำกินเดิม รวมถึงมีการกล่าวอ้างว่าเอกสารสิทธิที่ออกไปทับซ้อนกับแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (สค.1) ของราษฎร ส่งผลให้ไม่สามารถนำไปดำเนินการออกโฉนดได้ อีกทั้งยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเข้าครอบครองพื้นที่โดยมิชอบ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้ที่อ้างสิทธิในที่ดินรายหนึ่ง (นามสมมติ นายเอ) เข้าชี้แจง โดยได้นำเอกสาร น.ส.3 มาแสดงเป็นหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) สำรวจพื้นที่โดยรอบ เพื่อจัดทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ใช้ประกอบการระบุตำแหน่งและชี้พิกัดที่ดินของชาวบ้านในภาพรวม อย่างไรก็ตาม กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด ทั้งจากเอกสารสิทธิ การสอบปากคำ และภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายของการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่ดัง

นายเจตนา เหมมุน ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ (DSI) เปิดเผยว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีที่ชาวบ้านร้องเรียนว่ามีการขุดดินในพื้นที่ ซึ่งเบื้องต้นเข้าใจว่าอาจอยู่ในเขตป่าไม้และเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) จึงต้องลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด

จากการตรวจสอบพบว่า เจ้าของพื้นที่อ้างว่ามีเอกสารสิทธิประเภท น.ส.3 ซึ่งออกตั้งแต่ปี 2511 โดยได้นำเอกสารดังกล่าวส่งให้สำนักงานที่ดินอำเภอปะนาเระตรวจสอบอย่างละเอียด ว่าเป็นพื้นที่เดียวกันกับจุดที่มีการขุดดินหรือไม่ ทั้งนี้ จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ด้วยว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขต ส.ป.ก. หรือไม่ และหากอยู่ในเขตดังกล่าว การดำเนินการขุดดินเป็นไปตามระเบียบและมีการขออนุญาตอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมถึงต้องพิจารณาในส่วนของกฎหมายโรงงานว่าการดำเนินการเข้าข่ายหรือไม่

นายเจตนา กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้จะมีการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว เนื่องจากเป็นกรณีที่ส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ โดยจะมีการประชุมร่วมกับทุกภาคส่วนอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย หากพบว่ามีการกระทำผิด ก็จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป