xs
xsm
sm
md
lg

ปรับจริง! ราย 5,000 บาท นักท่องเที่ยวฝ่าฝืนคำเตือนลงเล่นน้ำอ่าวมาหยา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระบี่ – อุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ปรับจริง นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำอ่าวมาหยา จ.กระบี่ เป็นพื้นที่หวงห้ามให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัว ตักเตือนและปรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฝ่าฝืนรายละ 5,000 บาท หลายรายแล้ว

วันนี้ ( 11 เม.ย.69) นายแสงสุรี ซองทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี เปิดเผยถึงกรณีเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พีพี 5 (อ่าวมาหยา) ได้นำนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายหนึ่งขึ้นจากน้ำ ขณะที่ฝ่าฝืนคำเตือน ลักลอบลงเล่นน้ำในพื้นที่หวงห้ามบริเวณอ่าวมาหยา ท่ามกลางสายตานักท่องเที่ยวที่จ้องมองด้วยความสงสัย เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็เขตหวงห้าม

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีคลิปที่เผยแพร่อยู่ในโซเชียล เป็นเหตุการณ์นักท่องเที่ยวชายชาวออสเตรีย อายุ 50 ปี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา เดินลงไปเล่นน้ำกลางอ่าวมาหยา โดยไม่สนใจคำห้ามของเจ้าหน้าที่ จนต้องลงไปเชิญตัวขึ้นจากน้ำ แต่กลับแสดงท่าทีไม่พอใจ ก่อนถูกนำตัวมาตักเตือนและเปรียบเทียบปรับ 5,000 บาท จากอัตราโทษปรับสูงสุด 100,000 บาท

นอกจากนี้ ยังพบนักท่องเที่ยวชาวจีนรายหนึ่ง เช่าเรือใบมาจอดลอยลำบริเวณหน้าอ่าว ก่อนอาศัยช่วงเย็นของวันที่ 5 เมษายน ที่มีการปิดให้บริการ แอบว่ายน้ำเข้าหาด เจ้าหน้าที่ตรวจพบและดำเนินการว่ากล่าวตักเตือน พร้อมเปรียบเทียบปรับ 5,000 บาทเช่นกัน รวมถึงยังมีนักท่องเที่ยวอีกหลายรายที่ฝ่าฝืน สร้างความหนักใจให้เจ้าหน้าที่ แม้จะมีป้ายเตือนและไกด์คอยแจ้งข้อมูลแล้วก็ตาม


หัวหน้าอุทยานฯ เปิดเผยว่า “อ่าวมาหยา” เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเป็นแหล่งฟื้นฟูปะการัง และเป็นพื้นที่อนุบาลลูก “ฉลามครีบดำ” ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล

ทั้งนี้ อุทยานฯ ได้มีมาตรการปิดฟื้นฟูพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2561 โดยกำหนดห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำบริเวณชายหาดอย่างเด็ดขาด รวมถึงห้ามเรือเข้า-ออกและจอดบริเวณหน้าอ่าว เนื่องจากในอดีตมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่งผลให้ปะการังน้ำตื้นและสัตว์ทะเลได้รับความเสียหายอย่างหนัก

หลังการฟื้นฟู พบว่าธรรมชาติมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งแนวปะการังที่เริ่มกลับมาสมบูรณ์ และการกลับมาของฝูงฉลามครีบดำจำนวนมาก เนื่องจากบริเวณน้ำตื้นหน้าอ่าวเป็นแหล่งเลี้ยงตัวอ่อน ก่อนเติบโตออกสู่ทะเลลึก และจะกลับมาอีกครั้งในช่วงขยายพันธุ์

อย่างไรก็ตาม แม้อุทยานฯ จะติดตั้งป้ายเตือนชัดเจน และจัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ทั้งภาษาไทยและอังกฤษแล้ว แต่ยังคงพบนักท่องเที่ยวบางส่วนฝ่าฝืนกฎอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางอุทยานฯ ยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด “การห้ามลงเล่นน้ำ ไม่ใช่การจำกัดสิทธิ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ รวมถึงช่วยลดผลกระทบจากสารเคมี เช่น ครีมกันแดด ที่อาจทำลายปะการัง” นายแสงสุรี กล่าว

พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และปกป้องแหล่งอนุบาลของฉลามครีบดำ ซึ่งถือเป็นสมบัติล้ำค่าของประเทศไทยให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต