ตรัง - ชาวห้วยยอด จ.ตรัง ชักชวนกันออกหาของป่าริมเทือกเขาบรรทัด ในช่วงหน้าแล้งของทุกปี จนสร้างรายได้เสริมให้อย่างงดงาม โดยเฉพาะ “ลูกเหรียง” และ “น้ำผึ้งเดือนห้า” ที่ทั้งหายากและมีคุณภาพดี
วันนี้ (9 เม.ย.) ไปดูวิถีชีวิตของชาวบ้านในหลายตำบลริมเทือกเขาบรรทัด จังหวัดตรัง ซึ่งเมื่อถึงหน้าแล้ง ของป่าที่มากับฤดูกาลและเป็นของหายาก 1 ปีมีให้หาได้ 1 ครั้ง และราคาดีมาก โดยเฉพาะ ลูกเหรียง และน้ำผึ้งป่าเดือนห้า ทำให้มีรายได้เข้าสู่ชุมชนปีละจำนวนมาก รวมทั้งครอบครัวของ นางวรรณา สำนักโหนด อายุ 68 ปี และ นายพล จันทร์แก้ว อายุ 67 ปี สองสามีภรรยา ชาวหมู่ที่ 3 ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เมื่อถึงหน้าแล้งฝ่ายภรรยาจะยึดอาชีพหาลูกเหรียง ส่วนฝ่ายสามีจะร่วมกับเพื่อนบ้านและลูกหลานตั้งทีมออกจับน้ำผึ้งป่าเดือนห้า
โดย นางวรรณา บอกว่า ตนเองได้ออกไปหาลูกเหรียงตั้งแต่ยังเด็กๆ ไว้กินเองและเหลือขาย เป็นเวลา 20 กว่าปีแล้ว ซึ่งต้นเหรียงเหล่านี้ได้ขึ้นเองตามธรรมชาติภายในสวนของตนริมเทือกเขา แต่ละปีจะติดผลมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสภาพฝนฟ้าอากาศ โดยที่มีอยู่แค่เพียง 3 ต้น ก็สร้างรายได้ให้ปีละ 5,000 กว่าบาท ส่วนในปีนี้ติดผลน้อยเนื่องจากมีฝนชุกช่วงออกดอก แต่ล่าสุดขายไปได้แล้ว 3,000 กว่าบาท ทำให้ปีนี้ลูกเหรียงราคาดีกว่าปีที่แล้ว โดยอยู่ที่ กก.ละ 185 บาท ส่วนปีที่แล้วราคาอยู่ที่ กก.ละ 110 บาท คงเป็นเพราะปีนี้ลูกเหรียงมีน้อย
นอกจากตนเองแล้ว ยังมีผู้หญิงคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน จะออกไปหาลูกเหรียงกันด้วย 3-4 คน ทุกปี นับตั้งแต่เช้ามืดประมาณตี 5 ครึ่ง เพราะลูกเหรียงฝักจะร่วงในตอนกลางคืนและช่วงเช้า เมื่อได้ก็มานั่งใช้มีดปาดเคาะเอาเม็ดเหรียงออกจากฝัก จากนั้นจะร่อนเอาไปขายตามออเดอร์ที่สั่งไว้ เท่าที่ทราบคนมาซื้อก็ส่งไปขายต่อยังต่างจังหวัด ซึ่งหากนำลูกเหรียงเหล่านี้ไปเพาะขาย จะทำให้ได้ปริมาณเพิ่มขึ้น จากเม็ดเหรียง 1 กก. จะได้หน่อเหรียง เป็น 4 กก. และมีราคาสูงถึง กก.ละ 250 บาท แต่ส่วนตัวไม่ได้เพาะหน่อเหรียงขายเพราะทำไม่ทันจึงขายเมล็ดไป
ส่วนสามีของตน พร้อมทีมผู้ชาย 7-8 คน จะแยกกันออกไปจับผึ้งป่าบนเทือกเขา แต่ก่อนจะไปจับประมาณ 1 เดือน หรือประมาณเดือนสี่ ก็จะเข้าป่าไปตระเวนหารังผึ้งก่อน เมื่อเจอก็จะทำเครื่องหมายที่ต้นไม้เพื่อจับจองเอาไว้ จากนั้นเมื่อถึงเดือนห้าก็จะขึ้นไปจับในตอนกลางคืน จากนั้นนำมาคั้นเอาน้ำผึ้งขายขวดละ 500 บาท ซึ่งจะเป็นน้ำผึ้งเดือนห้าแท้ที่มีสรรพคุณทางยา มีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย และขายราคานี้มาตลอด โดยปีก่อนได้แค่ 2 รัง หรือ 8 ขวด เนื่องจากหน้าฝนมาเร็ว ส่วนปีนี้จับผึ้งป่าไป 3 รังแล้ว ได้น้ำผึ้งป่ารวม 40 ขวด
ด้าน นายพล จันทร์แก้ว สามี บอกว่า ในหมู่บ้านจะมีทีมหาน้ำผึ้งป่าประมาณ 2 ทีม โดยทีมตนเองจะมีจำนวน 8 คน ได้น้ำผึ้งมาเท่าไหร่ก็จะเอามาขายแล้วแบ่งรายได้กัน หรือแบ่งน้ำผึ้งให้ไปขายกันเอง ทั้งนี้ ตนยึดอาชีพหาน้ำผึ้งป่าตั้งแต่เด็ก และยิ่งช่วงเป็นวัยรุ่นจะหาได้มาก บางปีได้ถึง 500 ขวด ตอนนี้อายุจะ 70 ปีแล้ว โดยปีล่าสุดขายน้ำผึ้งป่าได้ยอดรวมประมาณ 20,000 กว่าบาท แล้วนำมาแบ่งกันได้คนละ 2,000 – 3,000 บาท ถือเป็นรายได้เสริมที่น่าสนใจ ส่วนปีนี้คาดว่าได้มากกว่า 200 ขวดแน่นอน เนื่องจากในป่ามีความสมบูรณ์ มีดอกไม้หลายชนิดที่ออกมาเยอะ


