xs
xsm
sm
md
lg

หัวหน้ากองสืบสวนชายแดนใต้เผยผลสอบคดียิง ส.ส.นราธิวาส รถ กอ.รมน.เป็นรถใช้งานนอกแบบไม่มีโลโก้หน่วย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ยะลา - หัวหน้ากองกำกับการสืบสวนสอบสวน ชายแดนใต้ เผยจับคนร้ายคดีลอบยิง ส.ส.นราธิวาสได้แล้ว 3 ราย ทั้งคนชี้เป้า คนจัดหามือปืน และคนขับรถ เร่งติดตามอีก 2 รายทำหน้าที่มือสังหารที่ยังหลบหนี เผยรถ กอ.รมน.ที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถใช้งานนอกแบบ ไม่มีโลโก้หน่วยงาน จนท.ให้เพื่อนยืมเนื่องจากมักจะมีการยืมรถใช้กันเป็นประจำเวลาลงพื้นที่ แต่ยังไม่พบความเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร

วันนี้ (6 เม.ย.) เวลา 13.30 น. ที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จังหวัดยะลา (ศปก.ตร.สน.ยะลา) พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล หัวหน้ากองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (หน.สสส.กกล.ตร.จชต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายลอบยิง ส.ส.นราธิวาส ว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้แล้ว 3 ราย และเร่งติดตามจับกุมตัวอีก 2 ราย รวมผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 5 ราย โดยพฤติการณ์ก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายได้วางแผนดักรอและสะกดรอยตาม จากการสืบสวนอย่างละเอียดพบว่า กลุ่มคนร้ายวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน ส่งคนไปดักดูเป้าหมายตั้งแต่ต้นทางที่สนามบินหาดใหญ่ ขณะเดียวกันทีมสังหารได้นำรถไปจอดดักรอห่างจากบ้านของ ส.ส.ประมาณ 3-4 กิโลเมตร ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เนื่องจากไม่ทราบแน่ชัดว่าเป้าหมายจะเดินทางกลับมาในเที่ยวบินใด

“เมื่อรถของ ส.ส.ขับผ่าน ทีมสังหารได้ขับรถสะกดรอยตาม ก่อนจะสบโอกาสเร่งเครื่องแซงและใช้อาวุธปืนยิงถล่ม จากนั้นได้ขับรถหลบหนีนำไปทิ้งไว้ที่อู่ซ่อมรถในอำเภอตากใบ เพื่อรื้อชำแหละทำลายหลักฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย คนชี้เป้าที่สนามบินหาดใหญ่ นายสมพร รังเดช ผู้ประสานงานและจัดหาทีมยิงรวมถึงอาวุธปืน ปัจจุบันยังคงให้การปฏิเสธ ซึ่งมีประวัติเคยพัวพันคดีจ้างวานฆ่าที่ จ.ระนอง เมื่อปี 2557 แต่ศาลยกฟ้อง คนขับรถก่อเหตุ ที่ถูกควบคุมตัวและให้การรับสารภาพแล้ว ทีมมือปืน 2 ราย คือ นายธนพัฒน์ ซึ่งนั่งเบาะหน้าซ้าย และนายวิโรจน์ มือปืน นั่งเบาะหลังซ้าย ซึ่งทั้งคู่กำลังอยู่ระหว่างการหลบหนี รวมทั้งเจ้าของอู่รถ ใน อ.ตากใบ ที่รับจ้างชำแหละรถ รับสารภาพแล้วว่ารับจ้างชำแหละรถจริง” พล.ต.ต.ชุมพล กล่าว


พล.ต.ต.ชุมพล กล่าวว่า แม้ผู้ประสานงานหลักจะปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานที่แน่นหนา 100% ทั้งการตรวจยึดอาวุธปืนเถื่อนที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งผลการตรวจเทียบปลอกกระสุนตรงกันชัดเจน นอกจากนี้ยังมีหลักฐานสำคัญจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่บันทึกภาพรถยนต์ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ใช้ก่อเหตุ ไปจนถึงเส้นทางการหลบหนีและนำรถไปทิ้งที่อู่เพื่อชำแหละ ซึ่งภาพวงจรปิดสอดคล้องกับชิ้นส่วนรถที่ถูกแยกชิ้นส่วนได้อย่างชัดเจน

พล.ต.ต.ชุมพล กล่าวว่า ส่วนรถคันที่ก่อเหตุที่พบว่าเป็นของทางราชการนั้น พบว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถใช้งานนอกแบบ ที่ไม่มีโลโก้หน่วยงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐผู้ครอบครองได้ให้เพื่อนยืมไปใช้ และเพื่อนคนดังกล่าวได้ให้กลุ่มผู้ต้องหาซึ่งเป็นคนรู้จักยืมไปใช้อีกทอดหนึ่ง เนื่องจากมักจะมีการยืมรถใช้กันเป็นประจำเวลาลงพื้นที่ และจากการสืบสวนเชิงลึก รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการติดต่อสื่อสาร ยังไม่พบความเชื่อมโยงว่าเจ้าหน้าที่รัฐรายดังกล่าวมีส่วนรู้เห็นหรือสั่งการในการลอบสังหารครั้งนี้ ส่วนความผิดทางวินัยเรื่องการนำรถหลวงไปให้บุคคลภายนอกยืมใช้นั้น จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแยกไปอีกส่วนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ผู้บงการ และ มูลเหตุจูงใจ ที่แท้จริงนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างเป็นทางการ เนื่องจากผู้ต้องหาคนสำคัญที่ทำหน้าที่รับงานมายังไม่ยอมให้การพาดพิงถึงบุคคลที่สาม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลเพื่อกระชากหน้ากากผู้อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ต่อไป