ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - กมธ.ทหาร วุฒิสภา จี้แม่ทัพภาค 4 ออกมาแสดงความรับผิดชอบและตอบคำถามสังคม กรณีรถยนต์ราชการ กอ.รมน. โผล่ในคดีลอบยิง ส.ส.นราธิวาส และปม ฮ.ทหารกราดยิงบนเขาตะเว ชี้หากปล่อยไว้ชาวบ้านจะยิ่งเคลือบแคลงว่าทหารมีส่วนในเหตุร้าย ย้ำสถานการณ์จริงรุนแรงหนัก ซัดนโยบายพื้นที่ปลอดภัยหลอกลวงประชาชน
วันนี้ (5 เม.ย.) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ส.ว. เลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทหาร และความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เปิดเผยว่า สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ของ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีเหตุก่อการร้ายอย่างต่อเนื่อง สร้างความสูญเสียให้แก่เจ้าหน้าที่ เช่น การถล่มยิงปลัดฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ อบต. อ.จะแนะ จ.นราธิวาส การซุ่มโจมตีตำรวจ ทหาร การเผาเครื่องจักรกล บริษัทรับเหมาก่อสร้างใน อ.ระแงะ จ.นราธิวาส การยิง อส.ทพ.และ ชาวบ้าน ที่ อ. กระพ้อ จ.ปัตตานี การยิงผู้ใหญ่บ้านและพนักงานกู้ภัยของเทศบาลตำบลเตาะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งเกิดขึ้นในสัปดาห์เดียว
นายไชยยงค์ กล่าวว่า รวมทั้งคดีการใช้อาวุธสงครามยิงถล่มรถยนต์ของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 ที่ตำรวจออกหมายจับกลุ่มมือปืน 4 ราย จับได้ 2 ราย โดยหนึ่งในสองเป็นอดีตนาวิกโยธิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ติดตามยึดรถที่ใช้ก่อเหตุ ที่ถูกนำไปชำแหละและเตรียมทิ้งในแม่น้ำบางนรา เพื่อทำลายหลักฐาน รวมทั้งปืนเอ็ม 16 ที่ใช้ก่อเหตุ ก็มีการถอดชิ้นส่วน เพื่อทิ้งแม่น้ำ โดยรถยนต์ที่มือปืนใช้เป็นพาหนะเป็นรถของ กอ.รมน. จ.นราธิวาส ส่วนปืนทั้ง 2 กระบอก อยู่ระหว่างการพิสูจน์หลักฐานว่าเป็นปืนในราชการหรือไม่ โดยในขั้นต้น กอ.รมน.ชี้แจงว่า รถยนต์ของราชการ คันที่มือปืนใช้ก่อเหตุ อดีตนาวิกโยธิน ยืมไปใช้ โดยที่ผู้รับผิดชอบไม่ทราบว่า มีการนำไปก่อเหตุในการยิงถล่ม ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ จนทำให้พลขับและตำรวจติดตามบาดเจ็บสาหัส
นายไชยยงค์ กล่าวว่า การให้ข่าวว่า รถยนต์หลวงของ กอ.รมน.จ.นราธิวาสถูกคนร้าย ยืมไปใช้ เป็นเหตุผลที่ยังฟังไม่ขึ้นและมากเพียงพอในการรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว จึงขอให้ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 แถลงความชัดเจนต่อ สาธารณชนถึงรายละเอียดทั้งหมด เช่น หลังการให้ยืมรถยนต์ไปแล้ว และทราบว่ามีการนำรถไปก่อเหตุ มีการจับกุมกลุ่มมือปืน มีการแจ้งความหรือไม่ และผู้ให้ยืมกับกลุ่มคนร้ายมีความเกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้นหรือไม่ หรือมีการรอจนเจ้าหน้าที่ยึดรถที่ชำแหละได้แล้ว จึงออกมาชี้แจงว่า รถคันดังกล่าวถูกยืมไป เรื่องนี่เป็นเรื่องใหญ่ ที่สร้างความเสื่อมแก่ กอ.รมน. สร้างความเคลือบแคลงและไม่เชื่อมั่นต่อประชาชนที่มีแต่ กอ.รมน. เพราะมีความรู้สึกว่า ทหารในพื้นที่มีส่วนในเหตุร้ายต่างๆที่เกิดขึ้น
รวมทั้งให้แม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจสอบ และแถลงให้ประชาชนในสามจังหวัดได้ทราบถึงเรื่องที่ ฉก.นราธิวาสนำเฮลิคอปเตอร์และปืนกลอากาศกราดยิงบริเวณเทือกเขาตะเว อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ทำให้ทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายและ ฉก.นราธิวาสรับว่าเป็น เฮลิคอปเตอร์ของทหาร ที่บินค้นหากองกำลังติดอาวุธ ที่ซุ่มยิง อส.ทพ.เสียชีวิต แต่ไม่ได้ ใช้ปืนกลอากาศในการปฏิบัติการ แต่ประชาชนมีภาพถ่ายรอยกระสุน ที่ยิงถูกต้นยางพาราได้รับความเสียหาย ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าเกิดการการยิงทางอากาศหรือไม่
“เรื่องนี้ได้สร้างความตื่นตระหนก ทำให้ประชาชนไม่กล้าเข้าไปทำกินในพื้นที่ดังกล่าว เพราะไม่ทราบว่า จะมีเหตุการณ์กราดยิงเกิดขึ้นอีกหรือไม่ เพราะในพื้นที่ยังมีปฏิบัติการของกองกำลังติดอาวุธบีอาร์เอ็นต่อเป้าหมายที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐทุกวัน การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการผลักประชาชนให้เป็นแนวร่วมของบีอาร์เอ็นมากขึ้น และสร้างความหวาดระแวงและเชื่อในไอโอของบีอาร์เอ็นว่า เหตุการณ์ในพื้นที่เป็นการสร้างสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งการประกาศปิดถนนครั้งละ 7 วัน หลังมีการวางระเบิด ทำให้ ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ขอให้ลดการปฏิบัติการ ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพียง 1-2 วัน เพื่อ ลดความเดือดร้อนแก่ประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่และผู้ที่ต้องสัญจรในเส้นทางดังกล่าว” นายไชยยงค์ กล่าว
นายไชยยงค์ กล่าวว่า สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 ต้องแสดงความรับผิดชอบ ในฐานะผู้นำหน่วย ที่ต้องแถลงข้อเท็จจริงต่อประชาชน และแนวทางในการแก้ปัญหา เพื่อนำความสงบมายังพื้นที่ของสามจังหวัดภาคแดนภาคใต้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าประกาศให้พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ปลอดภัย แบบมีแต่นามธรรม แต่ข้อเท็จจริงไม่มีพื้นที่ ปลอดภัย แม้แต่พื้นที่เดียวไม่ได้ เพราะการประกาศพื้นที่ปลอดภัย โดยไม่มีที่ปลอดภัย เป็นการหลอกลวงประชาชน


