นครศรีธรรมราช - ฝ่ายบริหาร ม.วลัยลักษณ์ยิ้มร่าลดค่าไฟฟ้าต่อเดือนวูบทะลุ 2 ล้านบาท เร่งขยายพลังงานทดแทนต่อเนื่อง ทำได้จริงลดค่าใช้จ่ายได้อย่างน่าพอใจ สร้างมูลค่าคาร์บอนเครดิตอู้ฟู่
วันนี้ (2 เม.ย.) ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อำเภอท่าศาลา นครศรีธรรมราช ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และคณะบริหาร ได้เร่งปรับกระบวนการใช้พลังงานของมหาวิทยาวลัย และในโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อมุ่งเป็นต้นแบบของการศึกษาวิจัยพัฒนาระบบพลังงานทดแทนโดยเฉพาะจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือที่เรียกว่า โซลาเซลล์
ล่าสุด มหาวิทยาลัยได้เลือกใช้การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ หรือ Solar Floating เป็นระบบของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ถูกใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าทางเลือกเข้ามาใช้ในระบบจำหน่ายไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยเต็มระบบ โดยใช้พื้นที่ผิวน้ำภายในอ่างเก็บน้ำชลานุสรณ์ ราว 30 ไร่ กำลังผลิต 6 เมกะวัตต์ในเฟสแรก และเตรียมขยายเพิ่มอีก 4 เมกะวัตต์ ภายในกลางปี 2569
ผศ.ดร.นุกูล สุขสุวรรณ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกายภาพและโครงสร้างพื้นฐาน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าในมหาวิทยาลัยทุกอาคารต่อเดือนประมาณ 10-12 ล้านบาท จากโซร์ลาโฟลทติ้ง และโซลาร์รูฟ หรือโซลาร์เซลบนหลังคาอาคาร การเลือกใช้วิธีการนี้ส่งผลให้มีความเปลี่ยนแปลงลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีนัยสำคัญ ต่อปีลดได้อย่างน้อย 20 ล้านบาท
การลงทุนไม่ได้เป็นงบประมาณของมหาวิทยาลัย แต่เป็นของเอกชนเข้ามาลงทุนมีสัญญาใช้งาน 20 ปี มหาวิทยาลัยจะได้ประโยชน์จากการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานตลอด 20 ปีหลายร้อยล้านบาท และยังวิจัยพัฒนาต่อไปในอนาคตได้อีก
รศ.ดร.วาริท เจาะจิตต์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยแล้วระเบียบข้อกฎหมาย ขั้นตอนของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงยังเป็นอุปสรรค โดยเฉพาะการสร้างโครงการขนาดใหญ่ไม่เว้นในสถานศึกษา ที่นี่ไม่ใช่เพียงเป้าหมายเพื่อเป็นต้นแบบการศึกษาพัฒนาของประเทศไทย แต่นี่คือการมุ่งสู่ความยั่งยืนตามแนวทางขององค์การสหประชาชาติ การลดคาร์บอนหรือการมุ่งสู่ความเป็นกลาง แต่ละตันคาร์บอนคือมูลค่าสินทรัพย์ หากมีการดำเนินการเต็มระบบจะลดการปลดปล่อยคาร์บอนได้ราว 6 พันตัน จากการปลดปล่อยของมหาวิทยาลัยราว 7.2 พันตัน


