นราธิวาส - ชุดคลี่คลายคดียิง ส.ส.นราธิวาส เขต 5 เข้าค้นอู่ใน อ.ตากใบ หลังยึดปืนเอ็ม 16 ที่ใช้ก่อเหตุได้ 2 กระบอก พบซากชิ้นส่วนรถกระบะสี่ประตูสีขาว ลักษณะตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ
วันนี้ (1 เม.ย.) เวลา 13.00 น. ชุดคลี่คลายคดียิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ชุด EOD และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส เข้าตรวจสอบเป้าหมาย 2 จุด บริเวณอู่ที่มีลักษณะคล้ายโกดังแห่งหนึ่งที่ปลูกสร้างริมตลิ่งแม่น้ำบางนรา รวมทั้งริมตลิ่งแม่น้ำบางนรา ซึ่งห่างจากอู่ดังกล่าวประมาณ 100 เมตร ภายในหมู่ 4 บ้านบาวง ต.บางขุนทอง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบทราบเบาะแสว่าเป็นจุดชำแหละชิ้นส่วนรถกระบะ 4 ประตูที่คนร้ายใช้ก่อหตุยิงนายกมลศักดิ์
เมื่อถึงที่หมายพบว่าอู่หรือลักษณะคล้ายโกดังดังกล่าวมีซากชิ้นส่วนของรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ถูกแยกชิ้นส่วนวางอยู่เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งเจ้าหน้าที่พบซากชิ้นส่วนของรถกระบะ 4 ประตู สีขาว ที่มีลักษณะตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด ถูกชำแหละแยกชิ้นส่วนวางอยู่ แต่ไม่พบแผ่นป้ายทะเบียน เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมขนย้ายไปตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอที่ติดตามบริเวณต่างๆ ของตัวถังรถกระบะ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นชิ้นส่วนรถกระบะคันที่ใช้ก่อเหตุ
นอกจากนี้ บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำบางนรา เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนเล็กๆ ของรถยนต์อีกจำนวนหนึ่ง และได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นชิ้นส่วนของรถกระบะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุหรือไม่อย่างไร
ด้านแหล่งข่าวหน่วยความมั่นคงที่ติดตามความเคลื่อนไหวและมีส่วนร่วมเป็นชุดคลี่คลายคดี เปิดเผยว่า การควบคุมตัว พ.จ.อ.สมพร ลังเดช อายุ 57 ปี อดีตทหาร และนายยศกร ลังเดช อายุ 24 ปี บุตรชาย เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปสอบขยายผลที่ศูนย์ซักถามแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นราธิวาสนั้น พ.จ.อ.สมพรยังให้การปฏิเสธ ส่วนนายยศกรให้การปฏิเสธร่วมก่อเหตุเช่นกัน แต่ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วยการแจ้งตัวบุคคลที่เดินทางไปมาหาสู่กับบิดา ก่อนจะมีเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แกะรอยรายชื่อตามคำบอกเล่าของนายยศกร จนนำไปสู่การตรวจยึดอาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 ที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 2 กระบอก รวมไปถึงสถานที่ชำแหละรถกระบะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ
ส่วนบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยึดอาวุธปืนและสถานที่ชำแหละชิ้นส่วนรถกระบะ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลทุกคน แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด หากมีความชัดเจนและผลตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่รวบรวมได้ออกมา จะทำการแถลงข่าวอีกครั้ง


