xs
xsm
sm
md
lg

ภูเก็ตลุยกวาดล้างธุรกิจต่างชาติใช้นอมินีคนไทย ปิดล้อมตรวจค้นร้านเช่าจยย. ใช้รปภ.-ลูกจ้าง ถือหุ้น เตือนคนไทยอย่าสมยอม เสี่ยงติดคุก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต – ตำรวจภูเก็ตผนึกกำลังพาณิชย์และฝ่ายปกครอง เดินหน้ากวาดล้างต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีทำธุรกิจในภูเก็ต ปิดล้อมตรวจค้นร้านเช่าจักรยานยนต์ 8 แห่งของต่างชาติ บางแห่งให้ รปภ.โรงแรมและลูกจ้างถือหุ้น เตือนคนไทยสมยอม เสี่ยงติดคุก



วันนี้ (31 มี.ค.69) พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายดนัย สุขสกุล ป้องกันจังหวัดภูเก็ต และ น.ส.ไตรทิพย์ สังข์แก้ว นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต ร่วมแถลงข่าวการปิดล้อมตรวจค้นสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงประกอบธุรกิจคนต่างด้าว โดยมีผู้กำกับการสถานีตำรวจ ป่าตอง ฉลอง เชิงทะเล กะรน กมลา สาคู เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต

พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กลาวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยเฉพาะปัญหาคนต่างด้าวที่ลักลอบประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงกฎหมาย หรือใช้คนไทยเป็นนอมินี สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและการลงทุนของคนไทยในพื้นที่นั้น


พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้ ทุกสถานีตำรวจ และกองกำกับการสืบสวน จัดตั้งชุดปฏิบัติการบูรณาการกำลังร่วมกับ พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต และฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ตลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกปิดล้อมตรวจค้นสถานประกอบการและเป้าหมายที่มีความเสี่ยงในการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยนำหมายศาลเข้าตรวจสอบเป้าหมาย 8 แห่ง ทั้งธุรกิจให้เช่ารถจักรยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ และสถานรับเลี้ยงเด็ก ประกอบด้วย

สภ.ป่าตอง เข้าตรวจค้นสถานประกอบการรถเช่า 1 เป้าหมาย เป็นร้านของชาวเบลเยี่ยม,สภ.ฉลอง เข้าตรวจค้นสถานประกอบการรถเช่า 1 เป้าหมายและเข้าตรวจค้นสถานรับเลี้ยงเด็ก 1 เป้าหมาย จากการตรวจสอบพบว่าใช้ลูกจ้างในร้านเป็นนอมินี จ่ายค่าจ้างเดือนละ 14,000 บาท โดยไม่มีอำนาจในการบริหารแต่อย่างใด ,สภ.เชิงทะเล เข้าตรวจค้นอสังหาริมทรัพย์ 1 เป้าหมายมสภ.กะรน เข้าตรวจค้นสถานประกอบการรถเช่า 1 เป้าหมาย

สภ.กมลา เข้าตรวจค้นสถานประกอบการรถเช่า 1 เป้าหมาย ที่ใช้คนไทยซึ่งเป็นเจ้าหน้ที่ รปภ.ของโรงแรมแห่งหนึ่งเป็นผู้ถือหุ้น 51% และต่างชาติ 49% รับเงินค่าจ้างการเป็นนอมินีเดือนละ 2,000 บาท จ่ายบ้างไม่จ่ายบ้าง ,สภ.สาคู เข้าตรวจค้นสถานประกอบการรถเช่า 1 เป้าหมาย และ กก.สืบสวนฯ เข้าตรวจค้นสถานประกอบการรถเช่า 1 เป้าหมาย


การลงพื้นที่ตรวจค้นในครั้งนี้ เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่าคนต่างชาติประกอบกิจการให้เช่ารถจักรยานยนต์โดยใช้คนไทยเป็นนอมินี สร้างความเสียหายให้กับคนไทย และที่ผ่านมา ร้านให้เช่าจักรยานยนต์จำนวนไม่น้อยที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เช่าที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ปล่อยเช่าโดยที่ไม่ต้องมีใบขับขี่ แค่จ่ายค่าเช่าและแสดงพาสปอร์ตก็สามารถนำรถไปขับได้ ทำให้เกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

การลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการเป้าหมายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้มุ่งเน้นการตรวจสอบเอกสารการจดทะเบียนนิติบุคคล ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ทุนจดทะเบียน โครงสร้างผู้ถือหุ้น และเส้นทางการเงิน เพื่อพิสูจน์ทราบพฤติการณ์การให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อนำไปประกอบการสืบสวนขยายผลต่อไป


ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ซึ่งพบว่ามีคนไทยให้ความช่วยเหลือหรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับคนไทยได้ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งนิติบุคคล ผู้ถือหุ้นชาวไทย (นอมินี) และชาวต่างชาติที่ร่วมกระทำความผิด โดย ภ.จว.ภูเก็ต ได้มีการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายและตรวจสอบการลักลอบประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินีดังกล่าวมาโดยตลอด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการดำเนินการไปแล้ว 7 คดี โดยมีทั้งคดีที่มีการการพิพาพากษาลงโทษแล้ว และคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ขอประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต อย่าได้หลงเชื่อหรือรับจ้างเป็นผู้ถือหุ้นแทน ให้กับชาวต่างชาติ เพียงเพื่อแลกกับผลประโยชน์ตอบแทนเพียงเล็กน้อยเพราะท่านจะต้องรับโทษทางอาญาที่หนัก และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ภจว.ภูเก็ต ได้มีการจัดตั้งชุดปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบการลักลอบประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินีดังกล่าวข้างต้นประกอบการใดที่เข้าข่ายการกระทำความผิดดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


น.ส.ไตรทิพย์ สังข์แก้ว นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า กรมพัฒนาธุรกิจได้เพิ่มมาตรการในการตรวจสอบคนไทยที่ยอมเป็นนอมินีให้คนต่างชาติเข้มข้นขึ้น เพราะการเป็นนอมินีเริ่มต้นจากการจดทะเบียนบริษัท โดยให้คนไทยถือหุ้น 51% คนต่างชาติถือหุ้น 49% แต่อำนาจทุกอย่างอยู่ที่คนต่างชาติทั้งหมดโดยที่คนไทยไม่ได้มีอำนาจอะไรในบริษัท ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มขึ้น โดยจะต้องโชว์ยอดเงินในบัญชีธนาคารของผู้ถือหุ้นย้อนหลัง 3 เดือน นอกเหนือจากเอกสารที่กำหนด และตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้เป็นต้นไปจะต้องมีการตรวจลึกลงไปในวันกลุ่มเสี่ยงที่จะมาถือหุ้น 2 กลุ่มหลักที่จะจดทะเบียนบริษัทที่มีคนต่างชาติร่วมหุ้นด้วย คือ กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกลุ่มบริษัทคนไทยที่เปลี่ยนเป็นถือหุ้นร่วมกับคนต่างชาติ

จึงอยากจะแจ้งไปยังผู้ที่จะทำหน้าที่นอมินีให้คนต่างชาติคิดให้มากๆ หลังจดทะเบียนถือหุ้นบริษัทแล้ว หากคนต่างชาติเดินทางกลับประเทศทิ้งภาระไว้คนไทยที่ถือหุ้น ซึ่งไม่คุ้มกับเงินค่าจ้างที่ได้รับ และมีความผิดติดคุก 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 1 แสนบาท ถึง 1 ล้านบาท


อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนบริษัทในภูเก็ตนั้น ขณะนี้มีทั้งสิ้น 31,000 กว่าราย ที่มีคนต่างชาติถือหุ้นด้วย 11,000 กว่าบริษัท ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้มีคนไทยเป็นนอมินีทั้งหมด จะประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ร้านอาหาร และอื่นๆ

ส่วนร้านให้เช่ารถจักรยานยนต์ในภูเก็ตทั้งของคนไทยและต่างชาติมี่ประมาณ 300 กว่าแห่ง ซึ่งที่ผ่านมาทางตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตได้มีการรณรงค์ในการดำเนินการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และมีการจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย