ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ท่องเที่ยวภูเก็ตไตรมาส 2 เข้าสู่โลว์ซีซั่น สงครามไม่สงบ น้ำมันแพง ทำนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและยุโรปชะลอตัวเร่งดึงตลาดเอเซียยังเติบโตเข้าทดแทน ขณะที่จังหวัดเร่งตรวจสอบราคาสินค้า พยุงเศรษฐกิจ
เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (31 มี.ค.69) นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมของจังหวัดภูเก็ตในการรองรับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ในโครงการประชาสัมพันธ์เผยแพร่นโยบายสำคัญส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต (กิจกรรมผู้ว่าราชการจังหวัดพบสื่อมวลชน โดยมี นางสาวอภินุช วิชัยดิษฐ์ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ สนง.พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต นายธนวัต อ่องเจริญ อุปนายกฝ่ายบริหาร สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และนายรัฐกร กลิ่นจันทร์ พลังงานจังหวัดภูเก็ต ร่วมแถลงในประเด็นดังกล่าว ณ ห้องประชุมมุกอันดา ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต
นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของภูเก็ตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะปัญหาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก จังหวัดภูเก็ตไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาความเดือดร้องของประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการในการแก้ปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ และสร้างความมั่นใจให้ภูเก็ตยังคงเป็นหมุดหมายทางการท่องเที่ยวและการลงทุนของคนไทยและต่างชาติต่อไป โดยเฉพาะทางผู้ว่าฯ ได้มีการจัดทำแอปพลิเคชั่น Thai Pump Radar เพื่อใช้ในการตรวจเช็คการให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงในปั๊มน้ำมันต่างๆ ในภูเก็ต รวมไปถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นกับผู้ประกอบการที่ฉวยโอกาสอีกด้วย
ด้าน นายรัฐกร กลิ่นจันทร์ พลังงานจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าพลังงานจังหวัดภูเก็ตได้ร่วมกับหน่วงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจปั๊มน้ำมันมาโดยตลอดตั้งแต่เกิดเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันขยับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งภูเก็ตมีปั๊มน้ำมันอยู่ประมาณ 59 แห่ง ปริมาณการใช้น้ำมันเบนซินจะสูงบกว่าน้ำมันดีเซล เนื่องจากรถบรรทุกที่บรรทุกสินค้าเข้ามาในภูเก็ตจะเติมน้ำมันดีเซลมาจากจังหวัดใกล้เคียงก่อนเข้าภูเก็ตในราคาที่ต่ำกว่าภูเก็ต และจากการตรวจสอบพบว่าน้ำมันที่ให้บริการตามปั๊มต่างๆ มีเพียงพอให้การให้บริการ และในช่วงสงกรานต์นี้น้ำมันมีเพียงพอในการให้บริการอย่างแน่นอน
ในส่วนของผลกระทบด้านการท่องเที่ยวนั้น นายธนวัต อ่องเจริญ อุปนายกฝ่ายบริหาร สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงผลกระทบด้านการท่องเที่ยวของภูเก็ต ว่า ทันที่เกิดสงครามนักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลางลดลง 52% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และกลุ่มที่บินผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลางจากยุโรปลดลงทันที 25-30% จากการยกเลิกเที่ยวบิน แต่นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ผ่านตะวันออกกลางมีการเติบโต เช่นในเดือนมีนาคมนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นถึง 47% ทำให้ตลอดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ภาพรวมทั้งจังหวัดภูเก็ตจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 1.45% เมื่อเทียบกับปิ 2568 ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 2 ตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มเข้าสู่โลว์ซีซั่นของภูเก็ต เมื่อปีที่แล้วภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 1 ล้านคน ในจำนวนนี้ เป็นนักท่องเที่ยวในตะวันออกกลางและต้องบินผ่านตะวันออกกลางประมาณ 200,000 คน ที่เหลือ 800,000 คน ไม่บินผ่านตะวันออกกลางซึ่งเป็นตลาดที่ไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนตลาดที่ต้องบินผ่านนั้นบางสายการบินได้กลับมาทำการบินบ้างแล้ว และนักท่องเที่ยวสามารถที่จะปรับเปลี่ยนเส้นทางบินโดยไม่ผ่านตะวันออกกลางได้ ทำให้ในช่วงไตรมาสสองนี้ ตลาดยุโรปมีแนวโน้มชะลอตัวเล็กน้อย ส่วนตลาดเอเซียยังเติบโตดี ซึ่งจุดนี้จะต้องหาตลาดในระยะใกล้เข้ามาทดแทน ส่งผลให้ภาพรวมผลกระทบต่อภาคธุรกิจอยู่ในระดับประมาณ 10%
.
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นในขณะนี้ น่าจะยังไม่มีผลทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมปรับราคาค่าห้องพักในช่วงโลว์ซีซั่นนี้ ผู้ประกอบการยังสามารถประคับประคองได้ และในช่วงสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงการท่องเที่ยวภูเก็ตน่าที่จะคึกคักไม่แพ้ปีที่แล้ว เพราะเป็นช่วงที่คนไทยมาเที่ยวบินภูเก็ตและเป็นช่วงปิดเทอมอีกด้วย แต่ในอนาคตหากสงครามยือเยื้อ น้ำมันราคาสูงขึ้นก็จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นด้วย
ขณะที่ นางสาวอภินุช วิชัยดิษฐ์ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ สนง.พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ทางพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำมันร่วมกับพลังงานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง และการปิดป้ายแสดงราคาน้ำมัน ซึ่งก็เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ยังได้ติดตามราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคในพื้นที่ภูเก็ต ยังไม่พบการฉวยโอกาสปรับราคาสินค้า ยกเว้นการปรับตัวขึ้นตามสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว เช่น ผัก มะนาว ไข่ไก่ และน้ำมันพืชจากต้นทุนการผลิต ส่วนสินค้าอื่นๆ ราคายังคงเดิม และหากพบมีการปรับราคาสินค้าเอาเปรียบผู้บริโภค ทางพาณิชย์จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 740,000 บาท เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในภาวะที่น้ำมันราคาแพง ทางสำนักงานพาณิย์ภูเก็ตได้จัดจำหน่ายสินค้าธงฟ้า ราคาประหยัด โดยล่าสุดได้จัดไปในพื้นที่ป่าตอง และจะจัดเพิ่มอีกประมาณ 3 ครั้ง รวมทั้งขอความร่วมมือจากโมเดิร์นเทรดในการนำสินค้าเฮ้าสแบรนด์ของแต่ละห้างมาจำหน่ายในราคาประหยัด และจะมีการตั้งจุดจำหน่ายน้ำดื่มราคาประหยัดที่เป็นแบรนด์ในท้องถิ่นภูเก็ตเดือนละ 12 ล้านลิตร
นอกจากนี้ ยังได้ติดตามราคาสินค้าที่เป็นอาหารซีฟู้ดในภูเก็ต ปรากฎว่ายังไม่มีการขยับราคาเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ผู้ประกอบการยังตรึงราคาเดิมไว้ โดยราคาที่เพิ่มนั้นทางผู้จัดส่งจะรับภาระไว้เองเพราะเกรงว่าหากปรับราคาสูงขึ้นในภาวะเช่นนี้ ประชาชนจะไม่มีกำลังซื้อ


