นราธิวาส - ไรเดอร์รับส่งอาหารตัดพ้อ หลังราคาน้ำมันดีดสูงถึงลิตรละ 41 บาท ทำเอาอาชีพรับจ้างส่งอาหารแทบสิ้นเนื้อประดาตัว จากเคยเติม 100 บาทวิ่งได้ทั้งวัน ตอนนี้ต้องควักกระเป๋าเพิ่มเป็น 200 บาทต่อวัน ขณะที่ค่ารอบยังย่ำอยู่กับที่ วอนรัฐบาลออกมาตรการเยียวยากลุ่มเปราะบางบนท้องถนนก่อนจะแบกรับภาระไม่ไหว
วันนี้ (27 มี.ค.) ที่ จ.นราธิวาส จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นกลายเป็นวิกฤตปากท้องครั้งใหญ่ของกลุ่มอาชีพไรเดอร์ส่งอาหาร โดยล่าสุดเสียงสะท้อนจากไรเดอร์รายหนึ่งระบุว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันที่พุ่งสูงถึงลิตรละ 41 บาท ได้ส่งผลกระทบต่อการทำงานโดยตรง ซึ่งจากเดิมที่เคยเติมน้ำมันเพียงวันละ 100 บาท ก็รับงานได้เกือบทั้งวัน แต่ปัจจุบันกลับต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 200 บาทเพื่อให้ได้ระยะวิ่งเท่าเดิม ในขณะที่ "ค่ารอบ" หรือค่าตอบแทนต่อการส่งหนึ่งครั้งยังคงไม่มีการปรับขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ ทำให้รายได้สุทธิที่เคยได้เฉลี่ยวันละ 500 บาท ต้องถูกหักลบกลบหนี้จนเหลือติดกระเป๋าเพียงน้อยนิด
ไรเดอร์อีกรายให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า ความเดือดร้อนนี้กระจายไปทุกแพลตฟอร์ม ปกติการเติมน้ำมันให้เต็มถังจะอยู่ที่ประมาณ 80 บาท แต่ ณ วันนี้ต้องจ่ายเพิ่มอีก 40 บาท รวมเป็น 120 บาทต่อถัง ซึ่งเมื่อคำนวณกับค่ารอบที่ได้รับแล้ว หลายคนเริ่มรู้สึกว่าการออกมาวิ่งงานในสภาวะแบบนี้ไม่คุ้มค่าเหนื่อย เพราะรายจ่ายโตเร็วกว่ารายได้อย่างเห็นได้ชัด
ทั้งนี้กลุ่มไรเดอร์ได้ฝากข้อความถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีประเด็นสำคัญ คือ การควบคุมราคา ต้องการให้ประคับประคองราคาน้ำมันไม่ให้พุ่งสูงเกินไปกว่านี้ มาตรการเฉพาะกลุ่ม ขอให้มีสวัสดิการหรือมาตรการเยียวยาสำหรับกลุ่มอาชีพที่ใช้รถจักรยานยนต์ในการประกอบอาชีพโดยตรง (อาชีพส่งอาหารและขนส่ง) และค่าครองชีพเนื่องจากไม่ได้มีเพียงค่าน้ำมันที่แพงขึ้น แต่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ก็ปรับตัวสูงขึ้นตาม ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวพุ่งสูงเป็นเงาตามตัว
"ถ้าเป็นไปได้ อยากให้มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน เพราะพวกเราคือฟันเฟืองสำคัญในเศรษฐกิจยุคดิจิทัล หากไรเดอร์อยู่ไม่ได้ ระบบการขนส่งอาหารและสินค้าก็อาจจะได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่" ไรเดอร์รายหนึ่งกล่าว


