ยะลา - ผู้ว่าฯยะลาลงพื้นที่บัญชาการเหตุไฟไหม้พื้นที่ป่ากาบัง กินบริเวณกว้างกว่า 500 ไร่ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าควบคุม กำชับให้เร่งทำแนวกันไฟป้องกันผลกระทบข้ามพรมแดน
วันนี้ (26 มี.ค.) จากสถานการณ์เกิดเหตุไฟไหม้ในพื้นที่ป่ากาบัง ในพื้นที่หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 8 บ้านคลองปุด ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา เพลิงได้ลุกไหม้ขยายเป็นวงกว้าง กินพื้นที่กว่า 500 ไร่ ห่างจากรอยต่อประเทศมาเลเซีย 2 กิโลเมตร
ล่าสุด นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายโอฬาร บิลสัน ปลัดจังหวัดยะลา นายอัมรันท์ บากา นายอำเภอกาบัง พ.อ.ปัญญาพล สุรทิณฑ์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา นายวีรวัฒน์ ศิริกุลพิพัฒน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่และกรมป่าไม้ ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ ที่จุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4401 บ้านคลองปุด ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ นายก อบต.บาละ นายก อบต.กาบัง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ตำรวจ ตชด. ทหาร ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อส.อ.กาบัง ร่วมรายงานสถานการณ์และแผนการปฏิบัติการดับไฟป่า
นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า สถานการณ์ไฟป่าเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา โดยเกิดเป็นจุดย่อยในพื้นที่เข้าถึงยากบนภูเขาสูง ล่าสุดได้ระดมสรรพกำลังทั้งจังหวัดยะลา, กองทัพภาคที่ 4, หน่วยเฉพาะกิจยะลา (ฉก.ยะลา), กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ปภ.ยะลา บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเร่งด่วน โดยมีมาตรการเชิงรุกใช้เฮลิคอปเตอร์จากกองทัพภาคที่ 4 บินสำรวจ พบแนวไฟ 2 จุด ในพื้นที่ ม.7 และ ม.8 ต.บาละ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นป่าไผ่ที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี
ทั้งนี้ได้มีการจัดตั้งกองบัญชาการเหตุการณ์ ณ จุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4401 เพื่อวางแผนเชิงระบบร่วมกับหน่วยป้องกันไฟป่า ชรบ. และผู้นำท้องถิ่น เนื่องจากแนวไฟอยู่ห่างจากพรมแดนไทย-มาเลเซียเพียงไม่เกิน 2 กิโลเมตร จึงได้ประสานงานผ่านหน่วยทหารไปยังชุดเฝ้าตรวจของประเทศมาเลเซียเพื่อเฝ้าระวังร่วมกัน พร้อมสั่งการให้ ปภ. เร่งจัดสรรงบประมาณสนับสนุน และประสานหน่วยงานส่วนกลางขอรับการสนับสนุนกำลังพลและอุปกรณ์เพิ่มเติม
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่าภาคสนามได้เข้าประชิดพื้นที่เพื่อควบคุมทิศทางเพลิงแล้ว อย่างไรก็ตามยังต้องรอการประเมินสถานการณ์จากชุดหน้าอีกครั้งว่าจะใช้ระยะเวลากี่วันในการควบคุมเพลิงให้สงบลง โดยทางจังหวัดจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง


