ชุมพร - บุกพิสูจน์ "สุสานป่าเสม็ด" กว่า 2,000 ไร่ หลังชาวบ้านร้องถูกนายทุนฟาร์มกุ้งขนาดใหญ่ลักลอบปล่อยทิ้งน้ำเค็ม-น้ำเสีย ทำระบบนิเวศพังพินาศ สุดทนร้องเรียน 5 ปี เรื่องเงียบกริบ เตรียมจี้ "นายอนุทิน" เชือดนายทุน-ฟันเจ้าหน้ที่รัฐละเลยหน้าที่
วันนี้ ( 24 มีนาคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สส.ชุมพร เขต 1,2,3 พรรคภูมิใจไทย นำโดย “สส.ลุกช้าง” นายสุพล จุลใส สส.เขต 3 นายกิตติรัตน์ พรหมรัตน์ สส.เขต 2 และ นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.เขต 1 ลงตรวจสอบพื้นที่ หมู่ 13 ตำบลบางมะพร้าว อ.หลังสวน หลังได้รับเสียงสะท้อนความเดือดร้อนจากชาวบ้านว่ามีฟาร์มเลี้ยงกุ้งของบริษัทเอกชนรายใหญ่ แอบลักลอบระบายน้ำเสียและน้ำเค็มลงสู่ผืนป่าธรรมชาติ จนทำให้ "ป่าเสม็ดขาว" ผืนสุดท้ายของตำบลยืนต้นตายจำนวนมาก
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้มี นายสมรัก ชูพยันต์ นายก อบต.นาพญา พร้อมด้วย นายพิชัย พรหมสุวรรณ วัย 72 ปี ชาวบ้านที่อัดคลิปลงสื่อโซเชียลแฉพฤติกรรมของนายทุนเจ้าของบริษัทใหญ่ และกลุ่มผู้นำท้องถิ่น ชาวบ้านกว่า 20 คน นำชี้จุดเกิดเหตุซึ่งเป็นบ่อเลี้ยงกุ้งจำนวนหลายบ่อของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง
จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทได้ทำการขุดบ่อเลี้ยงกุ้งเพิ่ม 3 บ่อ ในเขต หมู่ 13 ตำบลบางมะพร้าว พร้อมสร้างคันดินสูงขนานไปกับผืนป่าเสม็ดขาวซึ่งเป็นป่าพรุ พื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ซึ่งเป็นรอยต่อกับ หมู่ 17 ตำบลนาพญา และ ภาพที่ทุกคนมองเห็นแล้วต้องตะลึง คือมีการวางท่อขนาด 60 ซม. จำนวนถึง 12 ท่อ ระบาย น้ำล้นที่มีลักษณะเป็นฟองสีดำขุ่นลงสู่ผืนป่าโดยตรง นอกจากนี้ยังมีการปรับแต่งขุดลำคลองกว้างกว่า 10 เมตร ยาวกว่า 1 กิโลเมตร เพื่อบังคับน้ำเสียให้ไหลไปลงคลองนาพญาก่อนออกสู่ทะเล ระหว่างทางยังมีการขุดร่องน้ำให้น้ำเค็มได้ไหลเข้าไปท่วมขังในผืนป่าเสม็ด จนต้นไม้ที่เคยอุดมสมบูรณ์ทนสภาพความเค็มไม่ไหว ยืนต้นตายกลายเป็นสุสานไม้เสม็ดขนาดใหญ่กลางป่าพรุดังกล่าว
นายสุพล จุลใส สส.ชุมพร เขต 3 กล่าวว่า หลังเห็นสภาพความเสียหายตนรู้สึกสะเทือนใจอย่างมากที่เห็นการทำลายล้างระบบนิเวศมหาศาลขนาดนี้ ซึ่งเป็นแหล่งทำมาหากินของชาวบ้านพังพินาศหมดสิ้น สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือ หน่วยงานรัฐที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ทั้งธนารักษ์ ป่าไม้ และประมง กลับทำตัวเมินเฉยเหมือนมองไม่เห็นปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนชาวบ้านที่เข้าไปตัดไม้มาทำเครื่องมือประกอบอาชีพตามวิถีชีวิตกลับจ้องจะจับทันที แต่พอเป็นนายทุนทำลายป่ากลับไม่มีใครกล้าขยับ
นายสุพลกล่าวว่า พวกเรา สส.ชุมพรทั้ง 3 เขต จะไม่นิ่งเฉย โดยจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ และเสนอให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการลงโทษนายทุนและเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด พร้อมผลักดันผืนป่าแห่งนี้ให้เป็น "แก้มลิงธรรมชาติ" เพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ที่ตักตวงของนายทุน
ด้าน นายพิชัย พรหมสุวรรณ ชาวบ้านผู้ร้องเรียนเปิดเผยด้วยความคับแค้นใจว่า ตนต่อสู้เรื่องนี้มานานกว่า 4 - 5 ปี แต่ไม่เคยมีความคืบหน้า เมื่อเจ้าหน้าที่มาตรวจแล้วก็หายไปเหมือนเดิม จนต้องหันมาพึ่งสื่อโซเชียลโดยอัดคลิปแล้วนำไปโพสต์จนเป็นข่าวใหญ่ผู้คนให้ความสนใจ
" วันนี้ผมสบายใจขึ้นที่ สส. และนักข่าวลงมาดูด้วยตาตัวเอง พวกเราไม่ได้อยากได้ที่ดินผืนนี้มาครอบครอง แต่เรายอมไม่ได้ถ้าจะปล่อยให้นายทุนมายึดครองและทำลายป่าจนหมดสิ้น"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าข้อมูลจาก อบต.นาพญา พบว่า เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ในขณะนั้น เคยลงพื้นที่ติดตาม "โครงการธนารักษ์ประชารัฐ" ในที่ราชพัสดุแปลงหมายเลข ชพ.549 ซึ่งครอบคลุมป่าเสม็ดผืนนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดระเบียบผู้เช่าประโยชน์ 25 ราย แต่สุดท้ายปล่อยทิ้งให้เกิดปัญหามีนายทุนยึดครองใช้เป็นที่ปล่อยน้ำเสีย น้ำเค็ม จนป่าธรรมชาติล่มสลาย ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมกำลังตั้งคำถามถึงการกำกับดูแลของกรมธนารักษ์ในปัจจุบัน.


