xs
xsm
sm
md
lg

ชาวไทยมุสลิมแห่ใช้บริการรถไฟกลับภูมิลำเนาเตรียมฉลอง "ฮารีรายอ" เลี่ยงวิกฤตน้ำมันแพง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ยะลา - บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาของชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ภาคใต้คึกคัก โดยเฉพาะที่สถานีรถไฟยะลา มีประชาชนมาใช้บริการหนาแน่นเพื่อเตรียมไปเฉลิมฉลองเทศกาล 'ฮารีรายออีดิลฟิตริ' หลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอน ท่ามกลางสถานการณ์น้ำมันแพงและหาเติมยากในขณะนี้ ขณะที่การรถไฟฯ ยืนยันยังไม่มีการปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อช่วยลดภาระประชาชน

วันนี้ (19 มี.ค.) บรรยากาศที่สถานีรถไฟยะลาเต็มไปด้วยความคึกคัก มีชาวไทยมุสลิมเดินทางมาพร้อมครอบครัวและบุตรหลาน เพื่อรอขึ้นขบวนรถไฟเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งขบวนรถท้องถิ่นระยะใกล้และขบวนรถด่วน-รถเร็วระยะไกล ทั้งขาขึ้นและขาล่องที่พบว่ามีผู้ใช้บริการหนาแน่นเป็นพิเศษ

เหตุผลหลักที่ประชาชนเลือกใช้บริการรถไฟในครั้งนี้ นอกจากความสะดวกในการเดินทางไปรวมตัวกับญาติพี่น้องเพื่อประกอบศาสนกิจละหมาดวันตรุษอีดิลฟิตริแล้ว ยังพบว่าเป็นการปรับตัวเพื่อเลี่ยงปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและปริมาณน้ำมันในพื้นที่ที่เริ่มหายาก หลังจากที่พี่น้องมุสลิมได้ปฏิบัติศาสนกิจถือศีลอดอย่างเคร่งครัดมาตลอดทั้งเดือนตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยืนยันว่า ยังไม่มีการปรับขึ้นค่าโดยสาร แม้ต้นทุนน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือและลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลสำคัญนี้

ในส่วนของมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานีรถไฟยะลาได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่และอำนวยความสะดวกในทุกด้าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการตลอดการเดินทาง

สำหรับการกำหนดวันที่ 1 เดือนเซาวาล หรือ วันอีฎิ้ลฟิตริ ประจำฮิจเราะห์ศักราช 1447 สำนักจุฬาราชมนตรีประกาศให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมร่วมสังเกตดวงจันทร์ในเย็นวันนี้ (19 มี.ค.) หากเห็นดวงจันทร์: วันรายอจะตรงกับวันที่ 20 มีนาคม หากไม่เห็นดวงจันทร์: วันรายอจะตรงกับวันที่ 21 มีนาคม

ทั้งนี้ ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา ได้ประกาศให้วันตรุษอีดิลฟิตริเป็นวันหยุดราชการ เพื่อให้ประชาชนได้เฉลิมฉลองและปฏิบัติศาสนกิจอย่างเต็มที่