ศูนย์ข่าวภูเก็ต – สงครามตะวันออกกลางที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในขณะนี้ ทำนักท่องเที่ยวต่างชาติภูเก็ตหายไป 6-7% แค่มีนาคมเดือนเดียวทำรายได้สูญกว่า 5 พันบาท สมาคมท่องเที่ยวภูเก็ตชง 3 มาตรการถึง ททท.ลดผลกระทบระยะสั้น-ระยะยาว
นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในขณะนี้ ว่า ความไม่สงบที่เกิดขึ้นนั้น สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวฯ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มสงคราม เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้เป็นเวลาประมาณเกือบ 20 วันแล้ว ซึ่งในช่วงสัปดาห์แรกทางสมาคมฯ ได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลกระทบแรกสายการบินที่หายไปในทันที คือ สายการบินในกลุ่มตะวันออกกลาง ซึ่งมีประมาณ 5-6% ของสายการบินที่บินมาลงที่สนามบินภูเก็ต และได้ประเมินสถานการณ์มาเรื่อยๆ
จนล่าสุด ได้มีการประเมินสถานการณ์โดยได้สอบถามถึงผลกระทบไปยังกลุ่มโรงแรมต่างๆ ในภูเก็ต พบว่าในส่วนของโรงแรมนั้นได้รับผลกระทบจากลูกค้าที่หายไปอยู่ที่ประมาณ 6-10% ส่วนมูลค่าความเสียหายได้มีการประเมินกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านสายการบินตะวันออกกลาง คือ กลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและพักระยะยาว หายไปประมาณ 10% ของรายได้ที่เกิดขึ้น ซึ่งในเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ภูเก็ตมีรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ 55,000 ล้านบาท และในเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้รายงานตัวเลขรายได้จากการท่องเที่ยวภูเก็ตอยู่ที่ 190,000 ล้านบาท ดังนั้นในช่วงเดือนมีนาคมนี้ ภูเก็ตจะสูญรายได้ประมาณ 5,500 ล้านบาท
นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต ยังเผยต่อว่า จากปัญหาดังกล่าว ทางสมาคมฯได้ประชุมหารือร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ร่วมกับหลายภาคส่วน ทั้ง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ซึ่งสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตได้นำเสนอแนวทางลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น 3 แนวทาง ประกอบด้วย
1. ฝากให้ ททท.หามาตรการให้การช่วยเหลือสายการบินที่บินในระยะไกล หากสงครามยืดเยื้อเป็นเวลานาน จะทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ทำต้นทุนการบินเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อการบินที่จะมาในช่วงไฮซีซั่นที่จะถึงในปลายปี 2. มาตรการระยะสั้นในช่วงกรีนซีชั่นที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆนี้ ต้องยอมรับงว่าภูเก็ตมีตลาดนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที้หลังพื้นที่สงคราม โดยที่ไม่ต้องบินผ่านตะวันออกกลาง หลายตลาดมากๆ เช่น อินเดีย จีน ออสเตรเลีย จึงฝากให้ ททท.โฟกัสตลาดที่ไม่บินผ่านตะวันออกกลางให้มากขึ้น นอกจากนี้ ได้ฝากทาง ททท.ทำตลาดประชาสัมพันธ์ตลาดในประเทศเอเซียที่เป็นตลาดที่มีมูลค่าสูง เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ รวมถึงตลาดจีนที่นิยมเดินทางไปเที่ยวตะวันออกกลาง ที่ช่วงนี้ไม่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ ให้มาเที่ยวภูเก็ตและประเทศไทยแทน และ 3. ถ้าเป็นไปได้อยากเห็นสายการบินตะวันออกกลางบินตรงมายังภูเก็ต โดยไม่ต้องไปแวะจอดที่ตะวันออกกลาง เช่น บินตรงจากยุโรปมาภูเก็ตเลย
นายธเนศ กล่าวอีกว่า ถ้าถามว่าภูเก็ตน่ากังวลกับสงครามที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ไม่ ก็ถือว่าน่ากังวลหากสงครามยืดเยื้อเป็นเวลานาน ปัญหาน้ำมันราคาสูงก็จะตามมา ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการบินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหาดังกล่าวจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทันที
นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ตยังกล่าวถึงภาพรวมการท่องเที่ยวภูเก็ตในช่วงสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ว่า ประเพณีสงกรานต์จะอยู่ในช่วงรอยต่อของไฮซีซั่น กับ กรีนซีซั่น ซึ่งเป็นช่วงที่คนไทยมาท่องเที่ยวและเป็นช่วงปิดเทอมด้วย ซึ่งททท.ได้ประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์คนไทยที่มาเที่ยวภูเก็ตไม่น่าจะลดลง ยกเว้นว่าราคาน้ำมันได้ถีบตัวขึ้นสูงกว่านี้ซึ่งเรื่องนี้จะต้องรอดูมาตรการของรัฐบาลจะมีความชัดเจนเมื่อไหร่และใช้มาตรการอย่างไร เพื่อประชาชนจะได้เตรียมตัวและวางแผนในการเดินทางท่องเที่ยว และจากการสอบถาม ททท.ภูเก็ต ทราบว่าในช่วงสงกรานต์นี้ภูเก็ตน่าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านบาท ทั้งจากนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ


