xs
xsm
sm
md
lg

บุกทลายโรงเลื่อยไม้เถื่อน จับแก๊งมอดไม้ บนยอดเขารอยต่อปะทิว-ท่าแซะ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ชุมพร - เปิดปฏิบัติการทลายโรงเลื่อยไม้เถื่อนบนยอดเขา รอยต่อปะทิว-ท่าแซะ แก๊งมอดไม้ซิ่งกระบะหนี แต่ไม่ทัน ยึดของกลางรถแทรกเตอร์ 1 คัน เลื่อยยนต์ 3 เครื่อง แท่นเลื่อยขนาดโรงงาน ปั๊มลม ผู้ต้องหา 3 คน และยาเสพติด


เมื่อเวลา 10.00 น วันนี้ ( 17 มี.ค.68 ) พันเอก นิพนธ์ อินใหม่ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) จังหวัดชุมพร พันตรี กอบศักดิ์ นาคหาญ หัวหน้าการข่าวชุดเฉพาะกิจ ร้อยโท มานะ ขำบุรี หัวหน้าชุดกองกำลังเทพสตรี 401 นายธีรวุฒิ นุชนงค์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอประทิว นายอุดร รังษีบุตร ผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยโครงการฟื้นฟูพายุไต้ฝุ่นเกย์ พ.ต.ต.ธรรมรักษ์ ศรีสังข์ สารวัตรสืบสวน สภ.ประทิว นายพัทธดนย์ สืบถวิลกุล กำนันตำบลชุมโค นายอนันต์ เอี่ยมแดง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 พร้อมด้วยอาสาสมัครไทยป้องกันชาติ และ ชุด ชรบ. ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่ บนยอดเขา รอยต่อ อำเภอปะทิวกับอำเภอท่าแซะหลังได้รับแจ้งข่าวจากพลเมืองดีว่ามีการบุกรุกโค่นไม้ ในพื้นที่ปลูกป่าพายุเกย์ หมู่ 12 ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว


เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพิกัดที่ ละติจูด: 10.7088 ลองจิจูด: 99.3364 ความสูงบนยอดเขา 175 เมตร กลุ่มแก๊งมอดไม้ดังกล่าวได้ไหวตัว รีบจอดรถแทรกเตอร์และวิ่งขึ้นรถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน พยายามหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงใช้รถขวางทางออกสกัดจับไว้ได้ พบผู้ต้องหา จำนวน 3 คน พร้อมเลื่อยยนต์ จำนวน 3 เครื่อง ภายในกระบะรถ เครื่องปั๊มลม ตรวจค้นภายในตัว และกระเป๋าพบยาบ้า 38 เม็ด จึงได้ควบคุมตัวไว้


จากการเข้าสำรวจพื้นที่บนสันเขาประมาณ 10 ไร่ พบว่ามีการตัดโค่นต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนหลายร้อยต้น บางส่วนมีการแปรรูปนำออกไปแล้ว บางส่วนยังกองอยู่จำนวนมาก พบแท่นเลื่อยขนาดใหญ่ที่มีใบเลื่อยความกว้างประมาณ 80 นิ้ว ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ พบรถแทรกเตอร์คันใหญ่ ที่ใช้ในการลากไม้และแปลรูปไม้ ยี่ห้อ Kubota จำนวน 1 คัน และอุปกรณ์ที่กระทำผิด จำนวนมาก จึงได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน


พันเอก นิพนธ์ อินใหม่ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.)จังหวัดชุมพร กล่าวว่า ปัจจุบันป่าไม้ของจังหวัดชุมพรนับวันจะถูกลักลอบตัดโค่น ทำให้มีพื้นที่ป่าลดลง จึงได้บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน เข้าตรวจสอบในพื้นที่ ที่ได้รับการแจ้งข่าว ซึ่งในครั้งนี้ พบว่าพื้นที่ได้ถูกทำลายจำนวนมาก ซึ่งได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเต็มที่ เอาความผิดทุก ข้อหาที่พบการกระทำผิด และขอให้ทุกฝ่าย ทั้งปกครองท้องที่ ปกครองท้องถิ่น หน่วยงานต่างๆและประชาชน ช่วยกันป้องกันไม่ให้ป่าไม้ถูกทำลายไปมากกว่าปัจจุบัน.