ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ – ชาวบ้านรวมตัวร้องเรียนพระลูกวัดบ่อหว้า อ.ควนเนียง จ.สงขลา มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งด่าชาวบ้าน-ไม่ร่วมกิจสงฆ์ ก่อนมีมติให้นิมนต์ย้ายวัด ด้านพระยืนยันไม่ได้ก่อปัญหา ชี้ถูกขับไล่จากเรื่องสุนัขและแมวในวัด
วันนี้ (17 มี.ค.) ที่วัดบ่อหว้า หมู่ 11 ต.ควนโส อ.ควนเนียง จ.สงขลา ชาวบ้านเกือบ 100 คน มารวมตัวกันที่ศาลาการเปรีญวัดบ่อหว้า เพื่อหารือกับปลัดอำเภอควนเนียง และตำรวจ สภ.ควนเนียง หลังชาวบ้านร้องเรียนว่ามีพระลูกวัด 1 รูป อายุราว 50 ปี ปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม ไม่สามารถร่วมปฏิบัติศาสนกิจร่วมกับพระรูปอื่นภายในวัดได้
ซึ่งระหว่างการหารือ พระลูกวัดรูปอื่นได้ร่วมพูดคุยกับชาวบ้านด้วย แต่พระที่ถูกร้องเรียนไม่ออกมาจากกุฏิ ทำให้ชาวบ้านบางคนพยายามลุกขึ้นยืน แล้วชักชวนชาวบ้านคนอื่นบุกไปที่กุฏิพระรูปนี้ จนเกือบเกิดความชุลมุน ทำให้ชาวบ้านบางคนและผู้ใหญ่บ้านต้องห้ามปรามและควบคุมให้อยู่ในความสงบ ก่อนที่จะได้ข้อสรุปว่า ให้พระรูปดังกล่าวย้ายออกจากวัดบ่อหว้าไปจำวัดที่วัดปากจ่า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดเดิม จากนั้นจะแจ้งเจ้าคณะตำบลให้รับทราบ จึงทำให้ชาวบ้านพอใจและยอมสลายตัว
นางสมพรศรี สังเทระ ชาวบ้านที่เคยมาบวชชีภายในวัดบ่อหว้า เล่าว่า พระรูปนี้บวชมานานหลายปีแล้ว แต่ไม่ปฏิบัติกิจของสงฆ์ เข้ากับชาวบ้านในชุมชนไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมามีปัญหาในวัด เพราะพระรูปนี้ไม่ฉันร่วมกับพระรูปอื่น กลับฉันเพียงรูปเดียวในกุฏิ และยังเคยด่าชาวบ้านที่ใส่บาตรพระด้วย จนมีการปะทะคารมกัน ทั้งนี้ตนหมดศรัทธาพระรูปนี้ เพราะเมื่อ 2 ปีก่อนตนมาบวชชีที่วัด และเมื่อพระรูปนี้กลับจากบิณฑบาตแล้ว ก็สั่งการไว้ว่ากับข้าวที่บิณฑบาตมาได้ ห้ามเอาไปให้ใคร ซึ่งพี่สาวของตนใส่บาตรกับพระรูปนี้ ตนจึงไปขอปลาเพราะฉันอย่างอื่นไม่ได้ แต่พระรูปนี้กลับบอกว่าเก็บไว้ให้หมากิน ทำให้รู้สึกว่าตนเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านกลับถูกพระในวัดในหมู่บ้านรังเกียจ
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของสุนัขในวัด ที่พระรูปนี้ใส่ร้ายชาวบ้านบางคนว่าไปทำร้ายสุนัข และเอาสุนัขออกไปทิ้งนอกวัด ทั้งที่ไม่เป็นความจริง และหากวันใดชาวบ้านมาทำบุญในวัด ก็จะถูกสุนัขกัด ระยะหลังจึงไม่มีใครกล้าเข้าวัด ซึ่งชาวบ้านไม่ได้อยากขับไล่ เพราะไม่อยากให้มีมลทิน จึงอยากนิมนต์พระรูปนี้ไปอยู่วัดอื่น
ด้านชาวบ้านอีกราย บอกว่า ตั้งแต่ตนเกิดมา ไม่เคยพบพระที่เป็นพระรูปนี้ เพราะเมื่อชาวบ้านพูดอะไรออกไป ก็จะด่าทอชาวบ้านรุนแรง ทำให้ไม่ถูกกับชาวบ้านอย่างมาก ที่สำคัญตนเคยพูดเล่นๆ ว่า ถ้าอยู่ไม่ได้ให้ไปอยู่ที่วัดอื่น ปรากฏว่าพระรูปนี้กลับด่าทอหยาบคายว่า ทำไมหรือ วัดพ่อวัดแม่มึงมาสร้างไว้หรือ แล้วด่าทออีกหลายคำจนตนไม่ไหว จึงอยากให้ย้ายไปอยู่วัดอื่น
ขณะที่พระลูกวัดที่ถูกชาวบ้านขับไล่ ให้สัมภาษณ์ว่า สาเหตุที่ถูกชาวบ้านขับไล่ มาจากเรื่องสุนัขและแมวในวัด ซึ่งชาวบ้านไม่ชอบ และกล่าวหาว่าเจ้าอาวาสรูปก่อนที่ต้องย้ายวัดเพราะตน และตนก็ถูกชาวบ้านมายืนด่าหน้ากุฏิ สร้างปัญหาให้ชาวบ้านและวัด ทั้งที่ตนไม่เคยสร้างปัญหาใด ๆ สุนัขก็ไม่เคยกัดชาวบ้านส่วนใหญ่ แต่จะไล่และกัดเฉพาะชาวบ้านคนที่ตีทำร้ายสุนัขเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นถือเป็นเรื่องไร้สาระ โดยเฉพาะเรื่องอาหารที่บิณฑบาตมาได้ก็จะเอาเฉพาะเศษอาหารมาคลุกข้าวให้สุนัขและแมวเท่านั้น ทั้งที่ที่ผ่านมากิจนิมนต์ในวัดมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก ให้พระพวกตัวเองไปกิจนิมนต์เท่านั้น ส่วนตนถูกสั่งให้อยู่วัด ขณะที่หลังจากนี้ก็ต้องรอการพิจารณาของเจ้าคณะตำบลที่จะพิจารณาให้ตนย้ายวัดหรือไม่ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นแค่ปาจิตตีย์ ไม่ได้ปาราชิก
นางสมคิด บุหงาชาติ ประธานองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ เดอะโฮปสงขลา ชี้แจงว่า ปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 แจ้งว่ามีการนำสุนัขออกนอกวัด และเมื่อสอบถามจากกรรมการวัดคนหนึ่งก็ยอมรับว่าเป็นความจริง ตนจึงแจ้งว่าไม่สามารถทำได้ เพราะมีกฎหมายทารุณกรรมสัตว์ และเมื่อลงพื้นที่มาพูดคุยกับกรรมการวัด ทำความเข้าใจกันแล้ว และเดอะโฮปก็แก้ปัญหา โดยการนำแมวและสุนัขไปหาบ้านให้อยู่ ส่วนพระที่ถูกขับไล่ก็ช่วยดูแลสุนัขที่เหลืออยู่ และมีการจับสุนัขทำหมันแล้ว หลังจากนั้นก็พูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีการทำหมันสุนัขให้แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์
กระทั่งต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีชาวบ้านโทรศัพท์ไปแจ้งว่าให้มาช่วยเหลือด้วย เพราะจะมีมูลนิธิหนึ่งมาจับสุนัขกับแมวออกไปจากวัด ซึ่งตนแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ และพูดคุยกับกรรมการวัดให้เข้าใจกฎหมายทารุณกรรมสัตว์ และล่าสุดวันนี้ก็มีการเคลื่อนไหวขับไล่พระที่ดูแลสุนัขและแมวออกจากวัด ซึ่งเดอะโฮปสงขลาก็ชี้แจงกับชาวบ้านว่า หากไม่มีพระรูปนี้อยู่ในวัด สุนัขและแมวจะตายเพิ่มอีก เพราะพระรูปนี้ช่วยจับสุนัขและแมวมาทำหมัน และขณะนี้วัดบ่อหว้าเหลือสุนัขเพียง 8 ตัว แมว 20 ตัว ซึ่งถือว่าไม่ได้เบียดเบียนอาหารภายในวัด


