ปัตตานี - กอ.รมน.ภาค 4 สน. รายงานเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงเผารถเครื่องจักรก่อสร้างถนน ในพื้นที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี สืบสวนพบกลุ่มคนร้ายบุกเข้ามาพร้อมอาวุธปืนครบมือ จับคนเฝ้ามัดมือไพล่หลังก่อนจุดไฟเผาเครื่องจักร
วันนี้ (15 มี.ค.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รายงานกรณีเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงเผารถเครื่องจักรของบริษัทปัตตานีสหพันธ์ก่อสร้าง จำกัด ซึ่งเข้าดำเนินการก่อสร้างถนนเส้นทางหมายเลข 3057 (เลียบคลองชลประทาน) ในพื้นที่บ้านโคกกอ หมู่ที่ 3 ต.ลุโบะยิไร อ.มายอ จ.ปัตตานี
จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีผู้เฝ้าเครื่องจักรของบริษัทดังกล่าวมาเฝ้ารถตั้งแต่เวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 14 มี.ค. 2569 ต่อมาเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 15 มี.ค. 2569 ได้มีคนร้ายประมาณ 7 คน เดินเท้ามาจากทุ่งนาด้านข้างถนน พร้อมอาวุธปืนยาวและอาวุธปืนพกสั้น เข้าควบคุมตัวผู้เฝ้ารถ บังคับให้นอนลงกับพื้นและใช้สายเคเบิ้ลไทด์มัดมือไพล่หลัง ก่อนร่วมกันราดน้ำมันเชื้อเพลิงและจุดไฟเผารถเครื่องจักรที่จอดอยู่ในพื้นที่ก่อสร้าง จากนั้นคนร้ายได้หลบหนีไปทางทุ่งนาข้างทาง
จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้รถบรรทุกสิบล้อได้รับความเสียหายจำนวน 2 คัน และรถบดถนนจำนวน 1 คัน ซึ่งเป็นเครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างถนนในพื้นที่ รวมความเสียหายจำนวน 3 คัน ทั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 โดยกองร้อยทหารพรานที่ 4211 ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรมายอ พร้อมจัดกำลังตั้งจุดตรวจและจุดสกัดในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี รวมทั้งจัดกำลังชุดปฏิบัติการจรยุทธ์เข้าควบคุมพื้นที่โดยรอบจุดเกิดเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ และได้ประสานเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด รวมทั้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและขยายผลเพิ่มเติม เพื่อหาข้อเท็จจริงและเชื่อมโยงไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัย หรือมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการติดตามผู้ก่อเหตุ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ หรือสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. หมายเลข 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัยของชุมชนและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวขึ้นอีกในพื้นที่


