ชุมพร - แบงก์ชาติจับมือคลัง เดินหน้า "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" แก้หนี้เสียเป็นหนี้ดี ช่วยลูกหนี้ 2 ล้านบัญชี พร้อมประชาสัมพันธ์โครงการ “กลไกการค้ำประกันสินเชื่อ: SMEs Credit Boost” ช่วย SMEs เข้าถึงเงินทุน
นายทัดลาภ เผ่าเหลืองทอง ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ (ธปท.) ให้สัมภาษณ์ในงาน “แบงก์ชาติภาคใต้สานสัมพันธ์สื่อมวลชน จังหวัดชุมพร เกี่ยวกับ 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ 1) "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" และ 2) “กลไกการค้ำประกันสินเชื่อ: SMEs Credit Boost”
นายทัดลาภ กล่าวว่า กระทรวงการคลัง แบงก์ชาติ และภาคสถาบันการเงิน ร่วมกันดำเนินโครงการแก้ปัญหาหนี้เสียผ่านการซื้อหนี้รายย่อยของบริษัทบริหารสินทรัพย์ (Asset Management Company: AMC) ภายใต้ชื่อโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่เป็น NPL (หนี้เสีย ค้างชำระเกิน 90 วัน) ยอดไม่เกิน 1 แสนบาท (ณ 30 ก.ย. 68) ลูกหนี้มี 2 ทางเลือก “จ่ายปิดจบ” หรือ “ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด” โดยจะได้รับการปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรนมากกว่าปกติ เพื่อปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น และกลับมามีประวัติหนี้ดีอีกครั้ง สมัครร่วมโครงการได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์แบงก์ชาติ
นอกจากนี้ นายทัดลาภ ได้ประชาสัมพันธ์โครงการ “กลไกการค้ำประกันสินเชื่อ: SMEs Credit Boost” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรการเฉพาะจุด ช่วยเพิ่มกลไกค้ำประกันสินเชื่อ แชร์ความเสี่ยงและช่วยให้ธนาคารพาณิชย์มั่นใจในการปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจ SMEs มากขึ้น โดยธุรกิจสามารถติดต่อสอบถามและรับบริการผ่านช่องทางของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งได้โดยตรง
และยังได้เชิญชวนผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อ-ลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์รายงานข้อมูลกับแบงก์ชาติ ภายในเดือน มี.ค. 69 หลังแบงก์ชาติเข้ามากำกับดูแลธุรกิจดังกล่าว เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ มีปริมาณธุรกรรมสูง และมีผลต่อเศรษฐกิจและประชาชนเป็นวงกว้าง ทั้งนี้ การกำกับฯ จะทำให้ลูกค้าได้รับได้รับบริการที่เป็นมาตรฐาน ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ของลูกค้า และแข่งขันกับรายอื่นได้อย่างเท่าเทียมภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกัน
สำหรับประเด็น “เงินบาทแข็งค่า” นายทัดลาภ กล่าวว่า แบงก์ชาติได้ติดตามใกล้ชิด และออกมาตรการดูแล ทั้งยกระดับการกำกับซื้อขายค่าเงินเพื่อธุรกรรมทองคำ ยกระดับความเข้มงวดในการกำกับดูแลธุรกรรมเงินตราต่างประเทศขาเข้า ตลอดจนผ่อนคลายการนำรายได้กลับประเทศ
ในช่วงท้าย นายทัดลาภได้อัปเดตว่า ภายในกลางเดือนมีนาคมนี้ แบงก์ชาติจะประกาศให้การเบิกเงินสดเกิน 5 ล้านบาทต้องถูกสอบถามเข้มงวด หากตอบไม่ได้ว่าเอาไปทำอะไร จะขอให้ใช้การโอนหรือออกเช็คแทน เพื่อให้ติดตามเส้นทางเงินได้ เป็นการป้องกันการนำเงินไปใช้ในธุรกรรมไม่พึงประสงค์หรือการทำทุจริต ส่วนการจัดระเบียบค่าธรรมเนียมธนาคาร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 3-4 เดือนนี้.


