xs
xsm
sm
md
lg

“พระใหญ่” แลนด์มาร์คภูเก็ต เปิดให้ขึ้นไปสักการะอีกครั้งเริ่ม 3 มี.ค.นี้ บริหารโดยวัด ไม่เกี่ยวมูลนิธิฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - “พระใหญ่” แลนด์มาร์ค สำคัญของภูเก็ต พร้อมเปิดอีกครั้ง วันที่ 3 มี.ค.ให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวขึ้นไปสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นคืนศรัทธาอีกครั้ง ภายใต้การบริหารของวัดกะตะ


หลังจากปิดมานานห้ามประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าไปยังบริเวณพระใหญ่ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี บริเวณเทือกเขานาคเกิด หมุดหมายสำคัญของศรัทธาและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ต ล่าสุดทางวัดกะตะกำหนดเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวขึ้นไปสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล ได้แล้ว เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.เป็นต้นไป โดยการเปิดครั้งนี้จะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ วัดกิตติสังฆาราม (วัดกะตะ) แต่เพียงผู้เดียว โดยมีพระสงฆ์จากวัดกิตติสังฆาราม มาประจำ จำนวน 5 รูป อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ พระครูวิสุทธิกิตติยาภร เจ้าอาวาสวัดกะตะ พร้อมคณะกรรมการวัดทำหน้าที่ดูแลบริหารจัดการทั้งหมด


และ เพื่อความชัดเจนและเป็นเอกภาพ พื้นที่จะใช้ชื่อใหม่อย่างเป็นทางการว่า “วัดกิตติสังฆาราม (พระใหญ่)” โดยจะเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. ในด้านพิธีกรรมทางศาสนา จะดำเนินการตามแนวทางเดียวกับวัดกิตติสังฆาราม ครบถ้วน 100% โดยใช้พื้นที่เฉพาะ 15 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ และปฏิบัติตาม เงื่อนไข 25 ข้อ อย่างเคร่งครัด อันเป็นกรอบสำคัญที่ทำให้พระใหญ่สามารถกลับมาเปิดให้สักการะได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามการดำเนินการครั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิเดิมที่เคยดูแลมาก่อน เพื่อความโปร่งใสและเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ


อย่างไรก็ตามวันนี้ ( 2 มีนาคม 2569) บริเวณพุทธอุทยานเขานาคเกิด หรือ พระใหญ่ ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต คณะกรรมการวัดกิตติสังฆาราม (วัดกะตะ) ได้จัดให้พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 77 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคล และ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุดินสไลด์บริเวณเขานาคเกิด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตรวม 13 ราย ในพิธีมี พระอุดมวชิระมงคล เจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมด้วย พระครูวิสุทธิ์กิตยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดกิตติสังฆาราม คณะกรรมการวัด และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ตำบลกะรนและตำบลฉลองเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง


นายสัจจพล ทองสม หนึ่งในคณะกรรมการวัดกิตติสังฆาราม เปิดเผยว่า การทำบุญในครั้งนี้ นอกจากเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับจากเหตุการณ์ดินสไลด์ ซึ่งภายหลังเกิดเหตุ กรมป่าไม้ได้มีคำสั่งระงับการใช้พื้นที่ เพื่อความปลอดภัยและตรวจสอบข้อกฎหมาย


กระทั่งล่าสุดได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้สามารถเปิดพื้นที่ได้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา บนเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ โดยไม่รวมพื้นที่ที่ยังเป็นปัญหา ทั้งนี้ ได้กำหนดวันมาฆบูชาเป็นวันเริ่มต้นให้ประชาชนทั่วไปขึ้นสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นคืนศรัทธาอีกครั้ง


สำหรับแนวทางการบริหารจัดการ จะดำเนินการโดยวัดกิตติสังฆาราม ซึ่งจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย และยืนยันว่าจะไม่มีการดำเนินการในลักษณะพุทธพาณิชย์โดยเด็ดขาด แต่จะมีบริการดอกไม้ ธูป เทียน และสิ่งจำเป็นอื่น ๆ เพื่อนำรายได้ไปใช้ในการบริหารจัดการสถานที่


เบื้องต้นจะเปิดให้เข้าชมฟรีเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และ นำข้อมูลไปปรับปรุงการบริหารจัดการในระยะต่อไป โดยจะเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น.


นอกจากนั้นนายสัจจพล ยังได้กล่าวต่อไป ถึงเรื่องของคดีความที่มีการฟ้องร้อง ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายระหว่างผู้เสียหายกับมูลนิธิพระพุทธมิ่งมงคลศรัทธา 45 ซึ่งเรื่องนี้ก็ตต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย