xs
xsm
sm
md
lg

ชาวบ้านนำ สส.ชุมพร ลงพื้นที่พิสูจน์สวนปาล์มหมดสัมทานกว่า 3 หมื่นไร่ สส.ฉุน โดน ป่าไม้ขู่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ชุมพร - ชาวบ้านนำสส.ชุมพร ลงพื้นที่พิสูจน์สวนปาล์มหมดสัมทานกว่า 3 หมื่นไร่ สส.ฉุน โดน ป่าไม้ขู่หากเข้าพื้นที่จะจับกุม พบนายทุน ผู้นำ ข้าราชการใหญ่ ครอง ขุดคูกั้นเขตแดนยึดครอง ทำคอกเลี้ยงวัวเถื่อนนำเข้าจากพม่า


เมื่อเวลา 10.30- 13.30 น.วันที่ 1 มีนาคม 2569 ชาวบ้านกว่า 50 คน ได้นำ นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร เขต 1 และ นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ สส.ชุมพร เขต 2 และผู้ช่วย สส.ชุมพร เขต 3 ลงพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันหมดสัมปทานกว่า 32,000 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าลุย-ป่ารับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ที่หมดสัมปทานมานานหลายปีแล้ว อยู่ใกล้ชายแดนไทน - เมียนมา แต่เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเกียร์ว่างปล่อยปละละเลย ปล่อยให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลที่มีทั้งผู้นำ นักการเมืองท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่รัฐ นำเครื่องจักรเข้าไปแบ่งล็แคจับจองและเก็บเกี่ยวผลผลิตปาล์มน้ำมันที่มีอยู่จำนวนมาก มีรายได้เดือนละกว่า 100 ล้านบาท และใช้เป็นที่เลี้ยงวัวเถื่อน ที่ลักลอบนำเข้าจากฝั่งประเทศเมียนมา จำนวนนับพันตัวดดยเลี้ยงกระจายอยู่ตามจุดต่างๆในพื้นที่ป่าสงวนดังกล่าว

จากการตรวจสอบจุดแรกบริเวณหมู่ 10 ตำบลหงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ พบมีร่องรอยกลุ่มนายทุนนำเครื่องจักร รถแม็กโคร เข้าไปขุดร่องคูเลตกว้างประมาณ 1 เมตร ลึก 1 เมตร ทำกระจายอยู่หลายจุด แต่ละจุดเป็นร่องยาวกว่า 1 กิโลเมตร เพื่อกันเป็นเขตแดนจับจองที่ดินสวนปาล์มหมดสัมปทานดังกล่าว และบริเวณปากทางเข้าในสวนปาล์มหมดสัมปทานแต่ละล็อก กลุ่มนายทุนได้นำต้นปาล์มยาวท่อนละประมาณ 3-5 เมตร มาวางขวางทางเข้าออกไว้แสดงความเป็นเจ้าของเพื่อป้องกันชาวบ้านเข้าไปเก็บผลปาล์มน้ำมัน


จากนั้นชาวบ้านได้นำ สส.ทั้งสองคน ไปตรวจสอบจุดที่ 2 บริเวณหมู่ 19 ตำบลรับร่อ อ.ท่าแซะ พบมีคอกวัวเถื่อนกระจายอยู่ในสวนปาล์มหมดสัมปทานพื้นที่ป่าสงวนดังกล่าว โดยว่าจ้างชาวบ้านและชาวเมียนมาเลี้ยงจุดละ 5 - 10 ตัว มีทั้งวัวสายพันธุ์และวัวบ้านที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเลขติดใบหูจากสำนักงานปศุสัตว์ เพื่ออำพรางเป็นวัวเลี้ยงของชาวบ้านทั่วไป ซึ่งมีอยู่จำนวนนับพันตัวในพื้นที่สวนปาล์มหมดสัมปทานกว่า 3 หมื่นไร่

นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร เขต 1 พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าหลังลงพื้นที่พบเป็นความจริงตามที่ชาวบ้านร้องเรียนมาทั้งหมด โดยทราบในเชิงลึกว่ากลุ่มอิทธิพลมีทั้งนายทุน ผู้นำ นักการเมือง และข้าราชการใหญ่ ร่วมมือกันทำเป็นกระบวนการ ซึ่งการขุดคูเลตแบ่งอาณาเขตดังกล่าวต้องใช้เวลาเป็นเดือน ดังนั้นเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่รับผิดชอบจะต้องมีคำตอบว่าคูเลตนี้ใครขุดหรือเจ้าหน้าที่ขุดและใช้งบประมาณจากไหน ซึ่งการขุดคูเลตแบ่งอาณาเขตดังกล่าวต้องใช้เวลานานเป็นเดือน


นายวิชัย กล่าวต่อว่า ปัญหาสวนปาล์มหมดสัมปทานกว่า 3 หมื่นไร่นี้ หลังหมดสัมปทานรัฐจะต้องนำมาบริหารจัดการส่วนหนึ่งกันเป็นที่สาธารณะ ปลูกป่า และจัดสรรเป็นที่ทำกินแก่ประชาชนยากจน แต่ตอนนี้ทราบว่ามีกลุ่มนายทุนประมาณ 20 ราย ได้ยื่นขอเช่าทำประโยชน์และเก็บของป่าซึ่งตนอยากรู้ว่ามีใครบ้าง และได้สอบถามหรือทำประชาพิจารณ์กับช้าวบ้านพื้นที่หรือยัง ซึ่งเรื่องนี้ปลัดกระทรวงฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องมีคำตอบ ซึ่งตนจะต้องไปถามในสภาผู้แทนราษฎร

ด้านนายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ สส.ชุมพร เขต 2 กล่าวว่า วันนี้คอกวัวเถื่อนที่ตนลงมาตรวจสอบซึ่งอยู่ในสวนปาล์มหมดสัมปทานป่าสงวนแห่งชาติ ชาวบ้านบอกว่าเจ้าของซึ่งเป็นผู้นำอิทธิพลคนหนึ่งที่มีข้าราชการใหญ่หนุนหลัง ขู่ชาวบ้านว่าใครเข้าไปจะถูกยิงตายหมด และถ้ารู้ภายหลังก็จะตามไปยิงถึงบ้าน ที่ผ่านมาทำให้ชาวบ้านกลัวอย่างมาก วันนี้ตนจึงบุกมาพิสูจน์ด้วยตนเอง ถ้าอยากยิงตนก็มาตนพร้อมตายเพื่อชาวบ้าน ซึ่งเรื่องนี้หน่วยงานเกี่ยวข้องต้องมีความตอบทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทหาร หน่วยงานความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องมีคำตอบ เพราะกลุ่มมีอิทธิพลนำเข้าวัวเถื่อนมาจากชายแดนประเทศเมียนมา ด้านอำเภอท่าแซะ ช้ป่าสงวนแห่งนี้เป็นที่เลี้ยงวัวเถื่อน


สส.กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนยังมีข้อมูลว่าสวนปาล์มหมดสัมปทานแห่งนี้ กลุ่มผู้มีอิทธิพลได้นำแรงงานเถื่อนเข้ามาลักลอบตัดผลผลิตปาล์มน้ำมัน โดยลักลอบเข้าออกในช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดนด้สนอำเภอท่าแซะเช่นกัน แรงงานเถื่อนเดินทางเข้าออกเป็นปกติเกือบทุกวัน และก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามาในพื้นที่ ตนได้โทรไปประสานกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้คนหนึ่งว่าชาวบ้านจะพาตนลงพื้นที่พิสูจน์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้คนนั้นขู่ตนว่า หากตนกับชาวบ้านเข้าไปถ้ามีคนแจ้งจะนำกำลังมาจับตนกับชาวบ้านทันที นี่ขนาดตนเป็น สส.ยังขู่ ถ้าเป็นชาวบ้านจะเกิดอะไรขึ้น

ขณะที่นายวัชรศักดิ์ นพรัตน์ ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่ สส.ให้ความสำคัญกับปัญหานี้ ซึ่งเกิดความขัดแย้งมานานหลายปีแล้วระหว่างกลุ่มนายทุนกับชาวบ้าน จึงขอขอบคุณ สส.ด้วยที่เห็นใจและเข้าใจชาวบ้าน


สส.กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนยังมีข้อมูลว่าสวนปาล์มหมดสัมปทานแห่งนี้ กลุ่มผู้มีอิทธิพลได้นำแรงงานเถื่อนเข้ามาลักลอบตัดผลผลิตปาล์มน้ำมัน โดยลักลอบเข้าออกในช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดนด้สนอำเภอท่าแซะเช่นกัน แรงงานเถื่อนเดินทางเข้าออกเป็นปกติเกือบทุกวัน และก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามาในพื้นที่ ตนได้โทรไปประสานกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้คนหนึ่งว่าชาวบ้านจะพาตนลงพื้นที่พิสูจน์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้คนนั้นขู่ตนว่า หากตนกับชาวบ้านเข้าไปถ้ามีคนแจ้งจะนำกำลังมาจับตนกับชาวบ้านทันที นี่ขนาดตนเป็น สส.ยังขู่ ถ้าเป็นชาวบ้านจะเกิดอะไรขึ้น

ขณะที่นายวัชรศักดิ์ นพรัตน์ ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่ สส.ให้ความสำคัญกับปัญหานี้ ซึ่งเกิดความขัดแย้งมานานหลายปีแล้วระหว่างกลุ่มนายทุนกับชาวบ้าน จึงขอขอบคุณ สส.ด้วยที่เห็นใจและเข้าใจชาวบ้าน