xs
xsm
sm
md
lg

ฉลอง 800 ปีพุทธลังกาวงศ์ นครศรีธรรมราชรับมอบพระบรมสารีริกธาตุ-หน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์จากศรีลังกา ประดิษฐานเป็นการถาวร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นครศรีธรรมราช - พระมหาเถระแห่งศรีลังกาอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุสู่เมืองนครศรีธรรมราช เผยเป็นองค์ตรงกับสัณฐานแห่งมหาปรินิพพานสูตรพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
วันนี้ (27 ก.พ.) ที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นำข้าราชการและภาคเอกชนเข้าร่วมอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสู่เมืองนครศรีธรรมราช และนมัสการต้อนรับพระมหาเถระผู้ทรงสมณศักดิ์สูงสุด แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา พระมหาเถระ วถุรกุมพุเร ธัมมกีรติ ศรีมังคละ ธัมมรัตนาภิธาน นายกเถระ ประมุขคณะสงฆ์แห่งรัตนปุระ มหาดิสาวะ สังกัดนิกายอัสคิริ คณะสยามวงศ์ พระมหาเถระ พัลเลคามะ เหมรัตน นากายา เถโร เจ้าอาวาสใหญ่ประจำอัฏฐมสถาน เมืองอนุราธปุระ เพื่อสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานเป็นการถาวร ณ พระบรมธาตุเจดีย์ ปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ลังกา และประกอบพิธีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ในระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569-1 มีนาคม 2569
ทั้งนี้ พระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาในครั้งประวัติศาสตร์นี้ นับเป็นองค์แทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พุทธศาสนิกชนทั่วโลกต่างเคารพสักการะ เชื่อกันว่าเป็นพระบรมธาตุที่ได้รับการสืบทอดและอารักขาอย่างสมบูรณ์จากวัดยาธิลากาลา ราชวรมหาวิหาร วัดโบราณของศรีลังกา ซึ่งเป็นสถานที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราชรูปแรกในสายอัสกิริยา นิกายสยามอุบาลีวงศ์


พระบรมสารีริกธาตุ 2 องค์ที่อัญเชิญมาครั้งนี้ มีลักษณะพิเศษอันหายาก คือมีสี 3 สี ได้แก่ สีทองคำ (ทองอุไร) สีเงินสว่างใส และสีงาช้าง อันเปี่ยมด้วยความงดงามและความเป็นสิริมงคล ซึ่งไม่ค่อยปรากฏว่าจะพบทั้ง 3 สีในองค์พระบรมสารีริกธาตุ และตรงตามรูปพรรณสัณฐานของพระบรมสารีริกธาตุจากมหาปรินิพพานสูตร

ยังมีการอัญเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์จากเมืองอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่เติบโตมาจากหน่อพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยา ปัจจุบันมีอายุกว่า 2,333 ปี โดยจะนำมาปลูก ณ วัดพระมหาธาตุฯ เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 800 ปีแห่งสายธารพุทธลังกาวงศ์สู่เมืองนครศรีธรรมราช อันเป็นรากฐานสำคัญของพระพุทธศาสนาในแผ่นดินไทย เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญ

แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ที่สะท้อนสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศไทยและศรีลังกา ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งพระพุทธศาสนาและมรดกทางจิตวิญญาณร่วมกันของทั้ง 2 ชาติ