สตูล – ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมมคณะ ลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ติดตามความคืบหน้าโครงการสาธารณูปโภคอย่างยั่งยืน หลังชาวเลอูรักลาโว้ยต้องประสบปัญหาเรื่องน้ำ ไฟฟ้า และขยะล้นเกาะ มายาวนานหลายทศวรรษ
วันนี้ (24 ก.พ.) “เกาะหลีเป๊ะ” จ.สตูล ภาพจำของนักท่องเที่ยวทั่วโลกคือผืนน้ำสีมรกตและหาดทรายขาวละเอียดราวแป้งฝุ่น แต่ในมุมมืดที่ถูกซ่อนไว้หลังความศิวิไลซ์ของรีสอร์ตหรู คือความทุกข์ระทมของ “ชาวเลอูรักลาโว้ย” ที่ต้องเผชิญกับวิกฤตสาธารณูปโภคซ้ำซากมานานหลายทศวรรษ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน เกาะหลีเป๊ะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในเชิงพาณิชย์ แต่ระบบรากฐานกลับสวนทาง ปัญหาขยะล้นเกาะ ค่าไฟฟ้าที่แพงลิบลิ่ว และวิกฤต “น้ำดื่มน้ำใช้” กลายเป็นโจทย์หินที่กัดกินคุณภาพชีวิตของคนบนเกาะมาอย่างยาวนาน
นายสรนัฐ หาญทะเล หรือน้องเตี้ย อายุ 22 ปี ตัวแทนชาวเลอูรักลาโว้ย เปิดเผยว่า ที่นี่ปัญหาหนักที่สุดคือเรื่องน้ำครับ ยามหน้าฝนน้ำท่วมขังเป็นเวลานานจนไหลลงบ่อในหมู่บ้าน ทำให้น้ำเน่าเสียจนใช้ดื่มกินไม่ได้เลย พอเข้าหน้าแล้งบ่อน้ำในชุมชนที่มีอยู่ 3 บ่อ ก็รับมือประชากรที่หนาแน่นไม่ไหว น้ำแห้งขอดจนเห็นก้นบ่อ พวกเราต้องนั่งเรือฝ่าคลื่นไปขนน้ำจากเกาะอาดังกลับมาใช้ ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยหาน้ำมาให้พวกเราใช้อย่างเพียงพอได้ พวกเราจะดีใจมากเพราะตอนนี้มันลำบากจริงๆ
คำบอกเล่าของ นายสรนัฐ สะท้อนความจริงที่เจ็บปวด เพราะนอกจากเรื่องน้ำแล้ว ชาวบ้านยังต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงกว่าบนฝั่งหลายเท่าตัว รวมถึงปัญหาการจัดการขยะที่ยังหาทางออกที่ยั่งยืนไม่ได้เสียที
ล่าสุด นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมคณะชุดใหญ่ ประกอบด้วย นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, นางสาวดุษฏี พฤกษเศรษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล, นายธนพัฒน์ เด่นบูรณะ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล, นายอำเภอละงู และ นายอิสรินทร์ โสธรจิตต์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา พร้อมหน่วยงานด้านน้ำและไฟฟ้ากว่า 13 หน่วยงาน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการสาธารณูปโภคอย่างยั่งยืน
จากการสำรวจจุดขึ้น-ลงสายเคเบิลไฟฟ้า และจุดเชื่อมต่อระบบประปาจากเกาะอาดัง คณะทำงานพบว่าอุปสรรคสำคัญที่ผ่านมาคือ ข้อจำกัดด้านพื้นที่ทับซ้อน และ เทคนิคการวางระบบที่ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม
นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมร่วมกับทุกฝ่ายว่า ขณะนี้แผนงานมีความชัดเจนกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยสรุปทางออกเป็น 3 มิติหลัก ระบบไฟฟ้าและน้ำประปาจะมีการทำ MOU ร่วมกันระหว่างกรมอุทยานฯ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อใช้พื้นที่วางสายเคเบิลใต้น้ำและท่อน้ำดิบจากเกาะอาดัง คาดว่าจะเสนอเข้า ครม. เป็นแพ็คเกจใหญ่ และเริ่มเห็นผลประเป็นรูปธรรมในปีงบประมาณ 2571 - 2572
ศูนย์บริการ One Stop Service: ปรับปรุงพื้นที่อุทยานฯ กว่า 3 ไร่ เพื่อเคลื่อนย้าย ตม. และหน่วยงานบริการนักท่องเที่ยวมาไว้ที่จุดเดียว เพื่อความเป็นระเบียบและแก้ปัญหาจราจรทางน้ำ, การจัดการขยะและคุณภาพชีวิต จะเร่งหาเส้นทางลำเลียงขยะที่ถาวร และยกระดับ รพ.สต.เกาะหลีเป๊ะ ให้ดูแลชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึง
การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การตรวจเยี่ยมตามวาระ แต่คือการนับถอยหลังสู่การปิดตำนาน “สวรรค์ที่ขาดแคลน” เพื่อคืนรอยยิ้มให้กับชาวเลและสร้างมาตรฐานใหม่ให้การท่องเที่ยวไทยอย่างแท้จริง
สำหรับบริบทของ เกาะหลีเป๊ะ ในปัจจุบัน แม้จะมีพื้นที่รวมเพียง 1,875 ไร่ หรือประมาณ 3 ตารางกิโลเมตร แต่กลับเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีความหนาแน่นสูง โดยมีประชากรตามทะเบียนราษฎร์ 1,387 คน (702 ครัวเรือน) ทว่าต้องแบกรับประชากรแฝงและนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาสูงถึงปีละ 150,000 - 200,000 คน ส่งผลให้เกิดปริมาณขยะมูลฝอยสูงถึง 10-11 ตันต่อวัน ซึ่งเป็นขยะจากทั้งภาคครัวเรือน ผู้ประกอบการ และขยะตกค้างจากท้องทะเล
โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา มียอดขยะสะสมรวมกว่า 3,000 ตัน ซึ่ง อบต.เกาะสาหร่าย ต้องแบกรับภาระงบประมาณในการจ้างเอกชนเก็บขนและส่งกำจัดบนฝั่งสูงถึง 7 ล้านบาทต่อปี ท่ามกลางอุปสรรคสำคัญคือการขาดแคลนเส้นทางลำเลียงขยะที่เป็นทางสาธารณะถาวร การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและไฟฟ้าอย่างเป็นระบบจากเกาะอาดัง จึงเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่จะเข้ามาช่วยผ่อนปรนวิกฤตสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนบนเกาะให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง


