ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ตั้งเป้า 1 ปี ท้องถิ่นทุกแห่งในภูเก็ต ต้องกำจัด Food Waste ในพื้นที่เอง ลดภาระขนขยะเข้าเตาเผา ตั้งเป้าผุดโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงงานกำจัดขยะ เพื่อให้แต่ละพื้นที่สามารถบริหารจัดการขยะของตนเอง
วันนี้ ( 23 กุมภาพันธ์ 2569) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ติดตามการขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะมูลฝอยต้นทางของจังหวัด ในการประชุมกรมการจังหวัดประจำเดือน ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้า ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต โดยเน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งเร่งกำจัดขยะในพื้นที่ของตนเอง โดยเฉพาะขยะอินทรีย์ (Food Waste) เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องส่งไปยังศูนย์กำจัดขยะของเทศบาลนครภูเก็ต บริเวณสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต
จากรายงานสถิติขยะมูลฝอยของท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต ประจำเดือนมกราคม 2569 พบว่า พื้นที่ที่มีปริมาณขยะสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ เทศบาลเมืองป่าตอง 6,506.12 ตัน เทศบาลนครภูเก็ต 4,912.34 ตัน และเทศบาลตำบลรัษฎา 2,789.51 ตัน ส่วนพื้นที่ที่มีปริมาณขยะน้อยที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ อบต.เกาะแก้ว 378.72 ตัน เทศบาลตำบลเทพกระษัตรี 385.70 ตัน และอบต.ไม้ขาว 573.25 ตัน
ทั้งนี้ ข้อมูลยังชี้ให้เห็นแนวโน้มปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ โดยเทศบาลเมืองกะทู้มีขยะเพิ่มขึ้นถึง 22.57% จากการขยายตัวของที่อยู่อาศัยและจำนวนประชากรที่ย้ายเข้ามาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียม ขณะที่เทศบาลตำบลป่าคลอกมีแนวโน้มเพิ่มสูงสุดถึง 33.89% ซึ่งหลังจากนี้จังหวัดจะมีการติดตามและเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของแต่ละท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวว่า "ปัญหาขยะมูลฝอยถือเป็นวาระสำคัญของจังหวัดที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไขอย่างจริงจัง โดยหน่วยงานราชการต้องเป็นต้นแบบในการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง พร้อมมอบนโยบายให้ท้องถิ่นทั้ง 18 แห่งเร่งกำจัดขยะของตนเอง โดยเฉพาะขยะอินทรีย์ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 60% ของขยะทั้งหมด
จังหวัดตั้งเป้าหมายภายใน 1 ปี ท้องถิ่นทุกแห่งต้องไม่ส่งขยะอินทรีย์ออกนอกพื้นที่ ยกตัวอย่างเทศบาลเมืองป่าตองที่มีขยะวันละประมาณ 200 ตัน หากสามารถจัดการขยะอินทรีย์ในพื้นที่ได้ 120 ตัน จะเหลือขยะที่ต้องนำไปกำจัดปลายทางเพียง 80 ตันต่อวัน และหากทุกพื้นที่ดำเนินการได้เช่นเดียวกัน จากปริมาณขยะทั้งจังหวัดวันละประมาณ 1,200 ตัน จะสามารถลดได้ถึง 720 ตัน เหลือเพียง 480 ตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่ศูนย์กำจัดขยะสามารถรองรับได้
นอกจากนี้ จังหวัดยังมีแนวคิด “1 อำเภอ 1 โรงกำจัดขยะ” เพื่อให้แต่ละพื้นที่สามารถบริหารจัดการขยะของตนเองได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากปัจจุบันขยะทั้งจังหวัดถูกนำไปกำจัดรวมกันที่สะพานหินเพียงแห่งเดียว โดยท้องถิ่นที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่อาจร่วมมือกันจัดตั้งระบบกำจัดขยะร่วมกัน ซึ่งแนวทางดังกล่าวได้มีการหารือและมอบเป็นนโยบายไปยังทุกอำเภอแล้ว


