ทัศนะ โดย.. อาทิตย์ อโนทัย
สามเดือนผ่านไปสำหรับฝันร้ายของคนหาดใหญ่จากอุทกภัยหรือน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี เป็นภัยพิบัติที่มาจากธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นกับหาดใหญ่ทุกๆ 10 ปี เพียงแต่ครั้งนี้ความเสียหายมากกว่าหลายๆ ครั้ง ซึ่งเกิดจากฝนตกมากกว่าปกติและเมฆฝนไม่มีการเคลื่อนตัว น้ำมาจากสามทิศทาง ที่เข้าถล่มหาดใหญ่จนคลองสายหลักอย่างคลองอู่ตะเภา และ คลอง ร.1 เกิดปัญหาเรื่องการรับน้ำทั้งหมดเพื่อระบายลงสู่ทะเลสาบสงขลา
รวมทั้งการขาดการวางแผนในการรับมือกับน้ำท่วม หรือมีการวางแผน แต่หละหลวม ขาดการบูรณาการ และประมาท รวมทั้งผู้นำท้องถิ่นเชื่อมั่นในตนเองมากเกินไป จึงทำให้ความเสียหายทบเท่าทวีคูณ
วันนี้หาดใหญ่ยังไม่ฟื้น แม้จะผ่านการจัดงานใหญ่ๆ เพื่อหวังฟื้นหาดใหญ่ หวังที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยว ทั้งการจัดงานเคาท์ดาวน์ ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ และงานตรุษจีน แต่ยังไม่ทำให้หาดใหญ่กลับคืนมาเป็นหาดใหญ่ก่อนที่จะเกิดน้ำท่วม โดยเฉพาะตรุษจีนปีนี้ การเข้ามาของนักท่องเที่ยวยังไม่เข้าเป้า และการฟื้นตัวของเมืองหาดใหญ่ยังไม่พร้อม
เป็นความไม่พร้อม ทั้งภาคเอกชน ที่เป็นกลไกหลักในการฟื้นฟูเมือง และความไม่พร้อมของภาครัฐ ในการมีมาตรการในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ต้องการเงินทุนในการฟื้นฟูกิจการ ทั้งกิจการขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ที่ขาดสภาพคล่อง ซึ่งหากรัฐไม่ให้ความช่วยเหลือธุรกิจที่มีปัญหาเหล่านั้นอาจถึงขั้นปิดกิจการ
ในขณะที่เทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ประสบภัย ได้รับความเสียหายถึง 200,000 ล้านบาท วันนี้ก็ยังไม่ฟื้น เป็นหน่วยงานที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แล้วจะไปช่วยเหลือ ประชาชน ที่อยู่ในเขตเทศบาลอย่างไร
วันนี้ เทศบาลนครหาดใหญ่เพิ่งจะเก็บกวาดขยะ ที่มาจากน้ำท่วมประมาณ 120,000 ตัน แล้วเสร็จ หลังจากที่ปัญหาของขยะกลายเป็นปัญหาหลักหลังน้ำลด ที่เทศบาลต้องใช้ กลไกการบริหารแบบฉุกเฉินในการให้บริษัทเอกชน ทั้งที่อยู่ในหาดใหญ่และจากพัทลุงมารับจ้างในการจัดการนำขยะออกจากพื้นที่ให้รวดเร็วที่สุด ก่อนที่กองขยะจะเป็นระเบิดเวลาในการขับไล่ผู้บริหารท้องถิ่น
วันนี้ ขยะในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จัดเก็บหมดแล้ว แต่ยังมีปัญหาแบบขยะๆ ที่เกิดจากการบริหารแบบขยะ เกิดขึ้นกับผู้ที่รับเหมาในการเก็บขยะ ซึ่งยังเบิกเงินจากเทศบาลไม่ได้ เพราะมีความขัดแย้ง มีความไม่ลงรอย ระหว่างผู้บริหารกับข้าราชการประจำในการให้บริษัทเอกชนเข้ามารับเหมาขนขยะหลังน้ำลด เป็นการทำงานแบบเร่งด่วน เป็นเรื่องฉุกเฉิน ที่ไม่มีการทำสัญญา มีเพียงเจ้าหน้าที่ ซึ่งรับผิดชอบในการควบคุมการทำงาน และมีหลักฐานในการทำงานเพื่อใช้ในการเบิกเงินหลังจากที่งานเสร็จแล้ว
กลายเป็นปัญหาที่บริษัทรับเหมาต่างได้รับนั่นคือ ระเบียบทางราชการ ที่ใช้มาตรการเดียวกันหมด เช่น รถตัก ไม่ว่าจะเป็นคันเล็ก คันใหญ่ ต่างคิดอัตรา ในการทำงานในอัตราเดียวกัน การทำงานกลางคืน ทั้งที่มีผู้ควบคุม แต่ถ้าไม่มีหลักฐานที่เป็นภาพถ่ายก็กลายเป็นปัญหาในการเบิกเงิน ระเบียบราชการที่หยุมหยิม และเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นข้าราชการประจำไม่กินเส้นหรือไม่ลงรอยกับผู้บริหารที่เป็นนักการเมือง มีการงัดข้อกันและไม่ยอมเซ็นอนุมัติ เพื่อการเบิกจ่าย
และข้อสำคัญ ข้าราชการประจำตั้งการ์ดสูง เพราะกลัวจะมีความผิดและอาจจะต้องติดคุกกับความหละหลวมของผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งเป็นนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ยิ่งทำให้การเบิกจ่ายเกิดความล่าช้ามากยิ่งขึ้น
เทศบาลนครหาดใหญ่ก็มีปัญหาในการเบิกจ่ายให้แก่เอกชนที่เข้าไปรับเหมาหรือรับจ้าง ในการขนขยะหลังน้ำท่วม ที่ ณ วันนี้ บางบริษัทยังเบิกเงินจากการทำงานไม่ได้ เพราะมีการประลองกำลังระหว่าง “ผอ.กอง” บางคนกับผู้บริหารท้องถิ่น เพราะมีปัญหาส่วนตัว จึงไม่ยอมเซ็นรับงาน ทั้งที่กรรมการทุกคนต่างเซ็นเห็นชอบแล้ว
ก่อนน้ำท่วม เทศบาลนครหาดใหญ่ ก็มีปัญหาระหว่างผู้บริหารกับข้าราชการประจำให้ได้ยินได้ฟังอยู่เสมอ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับการบริหารท้องถิ่น ผู้บริหาร ที่เป็นนักการเมืองมาจากการเลือกตั้ง จะมีปัญหามีการงัดข้อและไม่ลงรอยในการทำงาน เพราะฝ่ายบริหารต้องการความสะดวก รวดเร็ว แต่ฝ่ายข้าราชการประจำต้องยึดโยงกับข้อกฎหมายกับระเบียบปฏิบัติเป็นหลัก ดังนั้นจึงไม่แปลก ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และอาจจะมีที่อื่นๆด้วย ที่นักการเมือง ผู้บริหารท้องถิ่น จะจ้างมือปืนปลิดชีพข้าราชการประจำ ตั้งแต่ปลัดจนถึง ผอ.กองต่างๆ ให้เป็นข่าวอยู่เสมอ
ส่วนเทศบาลนครหาดใหญ่ หลังการประสบภัยน้ำท่วม มีข่าวออกมาหนาหูว่ามีความขัดแย้ง ทั้งจากฝ่ายบริหารด้วยกันและระหว่างฝ่ายบริหารกับข้าราชการประจำเกิดขึ้นอยู่เนืองๆ และถ้าการบริหารท้องถิ่นยังเป็นอย่างนี้ ถามว่าทิศทางในการพัฒนานครหาดใหญ่หลังการประสบภัยพิบัติครั้งใหญ่จะมีทิศทางในการแก้ปัญหาและพัฒนา อย่างไร เพราะอย่าลืมว่า อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านั้น ฤดูฝนก็จะมาเยือนหาดใหญ่อีกครั้งตามฤดูกาล น้ำอาจจะท่วมหาดใหญ่อีกก็ได้ ถ้าผู้บริหารท้องถิ่นยังเต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่างนายกฯ รองนายกฯ และข้าราชการประจำ “คนที่รับกรรม” คือคนหาดใหญ่ นั่นเอง


