xs
xsm
sm
md
lg

สภาอุตสาหกรรมใต้เผยโผ ครม.ใหม่ อยากได้คนเก่งมีความสามารถดูแล 3 กระทรวงสำคัญ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตรัง - ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ เผยอยากได้รัฐมนตรีที่มีความรู้ ความสามารถ มาดูแล 3 กระทรวงสำคัญ “เกษตร-อุตฯ-พาณิชย์” เพื่อเร่งสร้างความเชื่อมั่นและแข่งขันกับต่างประเทศ

วันนี้ (19 ก.พ.) นายอดิศร ตันเฮงชวน ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ กล่าวถึงรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ว่า น่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนและต่อนานาประเทศได้ดี หากการฟอร์มคณะรัฐมนตรีเร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร ภาคการบริการ หรือการจ้างงานต่างๆ ที่สำคัญบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งต่างๆ จะต้องมีความรู้ ความสามารถ ความเข้าใจ เพื่อบริหารงานให้เป็นไปตามนโยบาย และสามารถทำได้จริง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ เพราะถือเป็น 3 กระทรวงสำคัญที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยุคใหม่ จะต้องมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าพืชผล การนำมาผลิต หรือการขยายตลาดใหม่ๆ ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม จะต้องมุ่งเน้นการสนับสนุน และการพัฒนานวัตกรรม เพิ่มมูลค่าการผลิต ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ จะต้องมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นในการค้าขายกับต่างประเทศ หรือประเทศคู่ค้า รวมทั้งกระทรวงการคลัง จะต้องมุ่งเน้นดูแลทั้งเรื่องนโยบาย ตลอดจนมาตรการต่างๆ ด้านภาษี เพื่อสนับสนุน 3 กระทรวงหลัก จึงเห็นด้วยหาก นายอนุทิน จะให้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอยากให้ควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เพื่อดูแลกระทรวงเกษตรฯ ด้วย และอยากให้ดูแลนโยบายที่เกี่ยวเนื่องกับกระทรวงอุตสาหกรรมด้วย เพราะสินค้าเกษตรก็อยู่ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อสามารถผลักดันการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรทั้งระบบ

“ปัญหาของภาคการเกษตรในขณะนี้คือ การผลิตสินค้าที่ยังไม่ได้คุณภาพ ไม่ได้เพิ่มมูลค่า และขายได้ราคาถูก แต่ถ้าได้รัฐมนตรีที่มากำกับดูแล และมีความเข้าใจในด้านนี้ จะช่วยยกระดับมาตรฐานเพื่อแข่งขันในตลาดโลก จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร และช่วยสร้างรายได้ให้ดีขึ้น ส่วนตัวเชื่อมั่นคุณศุภจี ว่า เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ ดูได้จากผลงานในกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งที่ผ่านมาได้ไปพบกับนานาประเทศ จนสร้างความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่นได้เป็นอย่างดี” ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วน นางศุภจี มีโควต้ารัฐมนตรีจากภาคเอกชน ซึ่งมีลักษณะการทำงานที่อาศัยความรู้ หรือการตัดสินใจที่รวดเร็ว แต่เมื่อต้องเข้ามาทำงานกับฝ่ายการเมือง ต้องไว้วางใจ จะต้องมอบอำนาจการทำงานให้เต็มที่ เพราะจะเกิดประสิทธิภาพ แต่ถ้ามาขัดแข้งขัดขากันก็คงลำบาก แต่ภาคเอกชนก็ยังเชื่อว่า นายกรัฐมนตรี ซึ่งมาจากพรรคภูมิใจไทยและเสียงข้างมาก น่าจะดึงคนที่มีความรู้ ความสามารถ เข้ามาทำงานได้ เพื่อให้ดูแลตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการขาย ทำให้เกิดความเชื่อมั่นและเกิดประโยชน์กับประเทศ

ส่วนกรณีที่ภาคใต้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปีที่แล้วนั้น นายอดิศร ตันเฮงชวน กล่าวว่า แม้ภาคอุตสาหกรรมการผลิตจะสามารถฟื้นตัวได้เร็ว และเกิดผลกระทบไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ตั้งอยู่นอกเมือง แต่ภาคเอสเอ็มอี หรือร้านค้า ยังฟื้นตัวได้ช้า โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ส่วนใหญ่ยังเปิดกิจการไม่ได้ หรือถึงขั้นเลิกกิจการไปเลยเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ภาครัฐจะต้องเร่งเข้ามาฟื้นฟู และเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ได้อีกครั้ง แต่ที่ห่วงคือเรื่องเอกภาพของรัฐบาลชุดใหม่เพราะมีหลายพรรค