สตูล – ชาวบ้านโอดโครงการสถานีสูบน้ำไฟฟ้า ที่บ้านปลักมาลัย ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล ถูกโจรลักลอบตัดสายไฟ-ทุบหม้อแปลงจนใช้งานไม่ได้ ทำเกษตรกรขาดน้ำหล่อเลี้ยงพืชผล วอนรัฐเร่งซ่อมแซม ด้าน ป.ป.ช. รุดตรวจสอบจี้ล้อมคอกด่วน
วันนี้ (18 ก.พ.) จากกรณีเพจดังวิจารณ์สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ม.1 ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล ถูกปล่อยทิ้งร้าง ล่าสุด การลงพื้นที่ของ นางสาวศุภาลักษณ์ จิรักษา ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสตูล ร่วมกับ นายจงกรม สมพงษ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสตูล และเทศบาลตำบลกำแพงเมืองใหม่ พบตอหลักของปัญหาคือ “การโจรกรรม” โดยทางเทศบาลตำบลกำแพงเมืองใหม่ ชี้แจงว่าโครงการนี้ไม่ได้ล้มเหลวเพราะเทคนิคการสร้าง แต่เสียหายหนักจากการถูกโจรลักตัดสายไฟและทำลายระบบไฟฟ้าในช่วงเดือนกรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงฝนชุกที่เครื่องหยุดพัก ทำให้กลุ่มโจรฉวยโอกาสลงมือ จนระบบที่เคยใช้งานได้ดีในปี 2567 ต้องหยุดชะงักลงทันที
ด้าน นายสมชาย เหมาะแหล่ ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่ข้าวกำแพง และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 เปิดใจกลางวงชี้แจงว่า เกษตรกรใน 5 หมู่บ้านรอบพื้นที่ รวมกว่า 150 ครัวเรือน ตกอยู่ในสภาพลำบาก เดิมทีน้ำจากสถานีนี้คือความหวัง พอมีน้ำเราปลูกพืชหลังนา ปลูกข้าวโพด สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้มหาศาล แต่พอมาถูกขโมยสายไฟแบบนี้ เกษตรกรเหมือนถูกตัดลมหายใจ ปีนี้เราไม่มีน้ำใช้แน่นอนถ้ายังไม่ซ่อม ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำไม่มีปัญญาลงขันซ่อมเองในราคาร่วมครึ่งล้านหรอกครับ
นายสมชาย ยังระบุเพิ่มว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นประเมินแล้วเกือบ 1 ล้านบาท ถือเป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวดของชุมชนที่ต้องสูญเสียโอกาสในการทำกิน เพียงเพราะคนไม่กี่คนที่เห็นแก่ตัวเข้ามาลักขโมยของหลวง
ในการหารือครั้งนี้ ป.ป.ช. สตูล ได้ให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมาว่า ปัญหาการขโมยเป็นเรื่องที่ต้องหาวิธีป้องกันเชิงรุก ไม่ใช่แค่รอซ่อม แนะให้ทำกรงเหล็กล็อกอุปกรณ์ให้หนาแน่น หรือติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่ม โดยขอให้เทศบาลฯ เร่งอนุมัติงบซ่อมแซม 450,000 บาท (ซื้อใหม่) หรือ 200,000 บาท (ค่าซ่อม) ตามที่นายกฯ เห็นชอบโดยเร็วที่สุด พร้อมคอยแจ้งชาวบ้านให้ทราบความคืบหน้า อย่าให้เข้าใจผิดว่ารัฐทิ้งขว้างโครงการ
ว่าที่ ร.ต.สุกล พรหมรักษ์ ปลัดเทศบาลตำบลกำแพงเมืองใหม่ ยืนยันว่า ขณะนี้ประเมินราคาซ่อมแซมเสร็จสิ้นแล้ว และจะใช้เวลาดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อซ่อมให้เสร็จภายใน 20 วัน เพื่อให้ทันรองรับหน้าแล้งที่กำลังจะมาถึง พร้อมยืนยันว่าระบบสูบน้ำนี้ “แรงดี-ส่งไกล” ขอเพียงแค่มีไฟฟ้าเข้าถึงระบบก็จะกลับมาช่วยชาวบ้านได้ดังเดิม


