xs
xsm
sm
md
lg

กมธ.ทหาร วุฒิสภา จี้ กอ.รมน.ภาค 4 รับผิดชอบความล้มเหลว บีอาร์เอ็นป่วนชายแดนใต้ห้วงรอมฎอน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - สว.สายทหารฯ ถามหาผู้รับผิดชอบจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า หลังจากความล้มเหลวในการป้องกันเหตุร้ายในห้วงจะเข้าสู่เดือนรอมฎอน ทั้งวางระเบิดห้องน้ำปั๊ม ร้านค้า หลายจุดในสามจังหวัดชายแดนใต้

วันนี้ (17 ก.พ.) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะเลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวถึงเหตุความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงเดือนรอมฎอนของปี 2569 ว่า ก่อน 10 วันที่จะเข้าสู่ห้วงเดือนรอมฎอน หรือการถือศีลอด กองกำลังติดอาวุธของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็นได้ก่อเหตุวางระเบิดแสวงเครื่องในห้องน้ำของปั๊มน้ำมัน ปตท. จำนวนหลายแห่ง ทั้งใน อ.เมือง จ.ปัตตานี และใน อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส และในวันที่ 14-15 ก.พ. ที่ตรงกับวันวาเลนไทน์ และต่อเนื่องกับเทศกาลตรุษจีน บีอาร์เอ็นได้ก่อเหตุด้วยการใช้ระเบิดแสวงเครื่องต่อร้านค้าใน อ.ยี่งอ 5 แห่ง ในคืนเดียวกัน และที่ อ.ระแงะ 3 แห่ง ใน จ.นราธิวาส โดยเป้าหมายของระเบิดแสวงเครื่องทั้ง 7 แห่ง คือร้านค้า เช่น ร้านซ่อมรถ ร้านขายโทรศัพท์มือถือ ร้านอาหาร ร้านค้าส่ง และซูเปอร์มาร์ต รวมทั้งมีการแขวนป้ายผ้าและพ่นสีที่มีข้อความแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่หลายอำเภอของ จ.ปัตตานี และยะลา เป็นต้น ซึ่งเป็นเจตนาในการทำลายเศรษฐกิจ สร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชน แสดงตัวตน และแสดงศักยภาพต่อเจ้าหน้าที่รัฐ

"ขอเรียกร้องให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 แสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะความล้มเหลวในการป้องกันเหตุ ซึ่งตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดและสี่อำเภอของจังหวัดสงขลา มีเหตุร้ายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าไม่สามารถป้องกันเหตุร้ายที่เกิดกับผู้ประกอบการและประชาชน เป็นการสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชน จนไม่มีใครกล้าที่จะใช้ห้องน้ำของปั๊ม ปตท. หลังจากที่มีการวางระเบิดแสวงเครื่องในห้องน้ำติดต่อกัน" นายไชยยงค์ กล่าว

นายไชยยงค์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้มีผู้รับผิดชอบกับการก่อเหตุที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เจ้าหน้าที่การข่าวที่ไม่เคยระแคะระคายกับการก่อการร้ายของบีอาร์เอ็น รวมไปถึงผู้รับผิดชอบในระดับอำเภอที่เกิดเหตุ ตั้งแต่ ผบ.ฉก. นายอำเภอ ผกก. และปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงที่เป็นหน่วยงานหลัก ทั้งในเรื่องการข่าวและการป้องกัน ที่ผ่านมาไม่ว่าจะมีการก่อเหตุรุนแรงต่อเนื่องและซ้ำซาก แต่ ผบ.ฉก. และฐานปฏิบัติการของทหาร รวมทั้ง ชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) นายอำเภอที่เป็นฝ่ายปกครอง ไม่ต้องรับผิดแต่อย่างใด จะมีบ้างก็ย้าย ผกก. ในกรณีที่โรงพักถูกโจมตี และอาจจะเป็นสาเหตุที่การก่อเหตุและการเกิดเหตุ ไม่ว่ามากน้อย ร้ายแรง อย่างไรไม่ต้องมีผู้รับผิดชอบ จึงกลายเป็นสาเหตุให้มีการก่อเหตุร้ายในพื้นที่และการป้องกันล้มเหลว แต่ไม่ต้องมีใครรับผิดชอบกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น

นายไชยยงค์ กล่าวว่า ขอให้กองทัพ และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าทบทวนแผนปฏิบัติการในเดือนรอมฎอน ที่บีอาร์เอ็นสั่งการให้กองกำลังติดอาวุธและแนวร่วมเร่งก่อเหตุ โดยมีการบ่มเพาะว่าการทำลายศัตรูในเดือนรอมฎอนจะได้บุญ 10 เท่า เพื่อให้การป้องกันเหตุมีประสิทธิภาพ เพราะทุกวันนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ามีหน้าที่เพียงตรวจที่เกิดเหตุ และหาพยานวัตถุในการติดตามผู้ก่อเหตุ แต่ป้องกันเหตุไม่ได้เลย ทั้งที่ทหาร ตำรวจ ปกครอง และข้าราชการพลเรือน ต่างมีเงินค่าตอบแทนในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยที่เป็นเงินเพิ่มมากกว่าข้าราชการในพื้นที่อื่นๆ ดังนั้นความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ต้องมากกว่าข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ปกติ

"วันนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าต้องแสดงความรับผิดชอบในความล้มเหลวในการดับไฟใต้ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ทุกฝ่ายลอยตัวอยู่เหนือปัญหาอย่างที่เป็นอยู่" นายไชยยงค์ กล่าว