ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ชาวบ้าน ห่วงปัญหาสาหร่ายถูกคลื่นซัดขึ้นมาเต็มหาดป่าตอง ผู้ว่า ลงพื้นที่ สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งคลี่คลาย “ปรับระยะจอดเรือสำราญ ห่างฝั่ง 3 กม. หลังชาวบ้างสงสัยอาจเป็นสาเหตุทำให้สาหร่ายหลุดจากต้น
วันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 10.00 น. ณ จุดแยก Sea Pearl หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีได้รับรายงานพบว่า มีสาหร่าย จำนวนมาก ถูกคลื่นซัดขึ้นมาบริเวณในพื้นที่ชายหาดป่าตอง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งชาวบ้านมีความเป็นห่าวว่า สาเหตุที่ทำให้สาหร่ายหลุดจนถูกคลื่นซัดขึ้นมาบริเวณชายหาด
โดยมี นายอัครพล สุทธิรักษ์ จิตต์สุภาพ นายอำเภอกะทู้ นางลลิตา มณีศรี นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง นายอดูลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต นายประยุธ รัตนวรรณ ประมงจังหวัดภูเก็ต นายณัฐกฤษณ์ พลเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต นายวิมล หนูแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานสภาเทศบาลเมืองป่าตอง ตลอดจนคณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่
จากการลงพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า กรณีที่ชาวบ้านสันนิษฐานว่าสาหร่ายที่ถูกคลื่นซัดขึ้นมาบนชายหาด อาจจะเกิดจากใบพักเรือเรือสำราญ ที่พัดไปโดนสาหร่ายใต้ท้องทะเล ทำให้สาหร่ายหลุดขาดจากต้น และถูกคลื่นซัดขึ้นมา ซึ่งปัจจุบันจอดอยู่ห่างจากชายหาดประมาณ 2 กิโลเมตร ดังนั้นเพื่อคลายความกังวล จังหวัดจึงมีแนวทางแก้ปัญหาเบื้องต้น ด้วยการ “ปรับระยะจอด” จากเดิม 2 กิโลเมตร เป็น 3 กิโลเมตรจากฝั่ง
เดิมเรือจอดในระยะ 2 กิโลเมตร ความลึกประมาณ 17 เมตร เมื่อ ปรับระยะจอด ออกไปที่ 3 กิโลเมตร ความลึกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 22 เมตร ลึกขึ้นอีกประมาณ 5 เมตร ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดแรงกระทบที่อาจส่งผลต่อสาหร่าย ทั้งนี้ได้แจ้งแนวทางดังกล่าวไปยังเอเย่น และผู้ประกอบการเรือสำราญแล้ว และจะติดตามประเมินผลว่าการ ปรับระยะจอด จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่
ขณะที่ในส่วนการบริหารจัดการสาหร่าย ที่ถูกคลื่นซัดขึ้นมาบริเวณชายหาด เทศบาลเมืองป่าตอง ได้ดำเนินการเก็บกวาดและนำไปฝังกลบ เนื่องจากไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้ โดยคาดว่าจะใช้เวลา 1–2 วัน ในการดำเนินการให้แล้วเสร็จ พร้อมยืนยันว่าประชาชนและนักท่องเที่ยวยังสามารถท่องเที่ยวบริเวณชายหาดได้ตามปกติ
ภายหลังการลงพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้นำคณะประชุมต่อที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองป่าตอง เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยประมงจังหวัด ระบุว่า สาหร่ายจะเพิ่มจำนวนมากเมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม เช่น มีสารอาหารจำพวกฟอสเฟตจากน้ำเสีย แสงแดดเพียงพอ หรือสภาพทะเลเอื้ออำนวย ซึ่งอาจเกิดภาวะคล้ายแพลงก์ตอนบลูม และเมื่อมีปัจจัยกระทบ เช่น คลื่นลมแรงหรือช่วงมรสุม อาจทำให้สาหร่ายหลุดลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ อย่างไรก็ตาม ประเด็นข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับเรือสำราญยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
ด้านหน่วยงานเจ้าท่ายืนยันความพร้อมสนับสนุนมาตรการของจังหวัด โดยจะติดตามผลการ ปรับระยะจอด หากช่วยบรรเทาปัญหาได้ถือเป็นแนวทางที่เหมาะสม แต่หากยังไม่คลี่คลาย จะต้องร่วมกันหาแนวทางอื่นเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นพ้องให้ประสานหน่วยงานด้านวิชาการเพื่อศึกษาสาเหตุเชิงลึก เนื่องจากสถานการณ์ลักษณะนี้มักเกิดในช่วงเดือนมกราคม–เมษายน ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) โดยจังหวัดภูเก็ตจะเร่งแก้ไขปัญหาในระยะสั้นอย่างเร่งด่วน ควบคู่กับการวางแนวทางระยะยาวต่อไป


