ตรัง - “กาญจน์ ตั้งปอง” - “ธโนภาส สินไชย” 2 ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เผยต่างพอใจต่อผลคะแนนที่ได้รับอย่างถล่มทลาย แม้จะต้องพ่ายไป 2 เขต ท่ามกลางกระแสการซื้อเสียงที่รุนแรง
วันนี้ (10 ก.พ.) นายกาญจน์ ตั้งปอง ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 4 จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.สมัยล่าสุด กล่าวถึงชัยชนะที่ได้รับการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย โดยมีคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งจากพรรคภูมิใจไทย ประมาณ 20,000 เสียงว่า ถือเป็นคะแนนที่ได้รับเหนือกว่าความคาดหมาย อันเกิดมาจากกระแสการตอบรับที่ดีมากของพี่น้องประชาชน นับตั้งแต่วันแรกที่ตนเองลงพื้นที่หาเสียง พร้อมกับความมั่นใจที่ได้ยืนหยัดคงอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์
โดยสังเกตได้จากสีหน้า แววตา และอ้อมกอดที่พี่น้องประชาชนมอบให้ ในทุกพื้นที่ที่ตนเองได้ลงไปหาเสียง ซึ่งต่างไปจากการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อสมัยปี 2566 ที่ขณะนั้นกระแสของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในช่วงตกต่ำ ขณะที่ตนเองก็ยังเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ในสมัยแรก ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จัก รวมทั้งยังไม่เห็นผลงาน เพราะตนเองก้าวเข้าสู่เวทีการเมืองมาจากสนามท้องถิ่นเล็กๆ คือ สมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) เมืองกันตัง
“ตลอดสมัยแรกที่เป็น ส.ส.ตรัง เขต 4 แสดงให้เห็นว่า ผมไม่ได้เป็นนักธุรกิจที่เข้าไปเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ แต่เป็นนักการเมืองตัวจริง และลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผลักดันโครงการต่างๆ อาทิ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท หรือก่อสร้างถนน 4 เลน และหากแม้ในสมัยหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะอยู่ในซีกฝ่ายค้าน ตนเองก็พร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่เหมือนเดิม และจะนำปัญหาเข้าสู่สภาเพื่อผลักดันให้มีการแก้ไขต่อไป” นายกาญจน์ กล่าว
ส่วน นายธโนภาส สินไชย ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 1 จากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พอใจกับคะแนนเสียงที่ได้รับ 34,372 คะแนน ซึ่งสูงเกินกว่าความคาดหวังที่เคยคาดคิดไว้ก่อนหน้านี้ว่า คงจะได้เพียง 1 หมื่นกว่าคะแนนเท่านั้น เนื่องจากรู้ดีว่าในพื้นที่เขต 1 มีกระแสเรื่องการทุ่มซื้อเสียงเกิดขึ้นอย่างรุนแรง และตนเองก็ยังเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ ส่วนผลคะแนนที่พ่ายผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย เพียงแค่ 1,000 กว่าเสียงนั้น เกิดมาจากแรงสนับสนุนของพี่น้องประชาชนที่รักและศรัทธาพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยคะแนนอันบริสุทธิ์อย่างแท้จริง
“ส่วนตัวผมยอมรับผลคะแนนที่ได้รับ แม้จะมีกระแสเรื่องการซื้อเสียงสูงเพียงใด ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องสร้างความกระจ่างให้เกิดขึ้น และตอบสังคมว่าจริงหรือไม่ อย่างไร โดยเฉพาะกับวลีที่ว่า “พายุสีม่วง” หรือ “ฝนตกสีเทา” แม้การเลือกตั้งที่ผ่านมา กกต.เองจะได้เคยดำเนินการจับใครมาลงโทษได้ โดยอ้างแต่เพียงว่าไม่หลักฐานหรือไม่มีพยานชัดเจน แต่ผมก็ยังเชื่อมั่นว่าในองค์กรนี้ยังมีระบบที่ดี และยังมีเจ้าหน้าที่อีกหลายคนที่ซื่อสัตย์ ตั้งใจทำงาน จึงขอให้กำลังใจกลุ่มคนเหล่านี้ให้เข้ามาจัดการเรื่องการซื้อเสียงอย่างจริงจังสักครั้ง” นายธโนภาส กล่าว
สำหรับเส้นทางการเมืองหลังจากนี้นายธโนภาส กล่าวว่า โดยส่วนตัวจะยังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่องต่อไป และคงขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ว่า จะให้การสนับสนุนไปในแนวทางใด


