ปัตตานี – “กัณวีร์ สืบแสง” หัวหน้าพรรคพลวัต นำทัพปราศรัยครั้งแรกและครั้งสุดท้ายหน้าสนามออมทอง อ.เมือง จ.ปัตตานี มุ่งหวังแก้ปัญหาชายแดนใต้อย่างจริงจัง
วานนี้ (5 ก.พ.) นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต ประกาศชัดเจนว่า จะปักธงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของสงขลา ด้วยนโยบายของพรรคในการสร้างสันติภาพแบบยั่งยืนที่เรียกว่า สันติภาพปาตานี โดยมี นายอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์, นางสาวจิรารัตน์ มูลศิริ ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์, นายไซนุดิง ยูโซะ ผู้สมัครเขต 4 ปัตตานี และนายอุสมาน ดาโอะ ผู้สมัครเขต 2 นราธิวาส ร่วมปราศรัย
“เราบอกหลายครั้งว่าพื้นที่ตรงนี้มีงบประมาณของพี่น้องประชาชนลงมา 5 แสนกว่าล้านบาท ยังมีปัญหามาถึง 22 ปี คนเสียชีวิต 6,000 กว่าราย บาดเจ็บอีกหลายหมื่นคน งบประมาณและการตั้งสมการของทุกรัฐบาลที่ผ่านมาจึงผิดพลาด เราเสนอการสร้างสันติภาพที่กินได้ ต้องคำนึงถึงเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้องของพี่น้องประชาชน เราถนัดในการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน กระบวนการสันติภาพระหว่างประเททศ นำมาปรับใช้ในพื้นที่ตรงนี้
เมื่อปี 66 ผมก็มาเสนอแนวคิดในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ แต่เห็นได้ว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการสันติภาพและการพูดคุย ซึ่งต้องมีตัวแทนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในการพูดคุย ต้องสร้างพื้นที่ให้มาคุยกันในไทย เพราะเจ้าของพื้นที่ต้องมีส่วนรู้เห็นมีส่วนร่วมในการถาม คุณพูดคุยกันที่ไหน ทำไมไม่พูดคุยกันที่นี่ พี่น้องประชาชนที่นี่จะเป็นคนตัดสินใจได้อย่างแท้จริงว่า เป็นตัวแทนเราหรือไม่ ถ้าพูดคุยไปแล้วไม่ถูกต้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ต้องสามารถตั้งคำถามได้
ทั้งนี้ นายกัณวีร์ เสนอถึง 3 เรื่องหลักในพื้นที่ชายแดนใต้ว่า 1.ต้องยกระดับเรื่องสันติภาพให้เป็นวาระแห่งชาติให้ได้ การที่จะเอาฝ่ายตรงข้ามมาคุยในไทยก็ต้องให้มีความเชื่อมั่นว่า ต้องมีการร่างพระกฤษฎีกาต่างๆ ในการคุ้มครองพวกเขา
2 การกดทับสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ มีการแก้ไขรากเหง้าปัญหาไม่ถูกต้อง เมื่อกลัดกระดุมเม็ดแรกผิด 22 ปีที่ผ่านมา ทุกรัฐบาลมองว่า สันติภาพจะเกิด เมื่อสถานการณ์เป็นศูนย์ นั่นคือสมการเขา ดังนั้นงบประมาณที่ลงมาส่วนใหญ่เป็นงบความมั่นคงมากกว่า ทำให้การแก้ไขไม่ถูกต้อง แต่ยังดื้อใช้สมการนั้นตลอดเวลา เมื่อมีการแสดงออกในเรื่องอัตลักษณ์ต่างๆ มีการใช้กฎหมายพิเศษ กฎอัยการศึก พ.ร.บ.ความมั่นคง พรก.ฉุกเฉิน มาใช้ควบคุม ซึ่งเป็นการตอกย้ำซ้ำไปอีก
3.การปรับปรุงปฏิรูปโครงสร้างราชการ ตอนนี้มีทั้ง กอ.รมน.ภาค 4 สน. ศอ.บต. การปกครองส่วนภูมิภาค การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีทั้งอำนาจ หน้าที่ และงบประมาณ มันมากเกินไป เราเสนอไปถึงระยะไกลคือ การกระจายอำนาจคือ จังหวัดจัดการตัวเอง คือ เรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด เช่น กทม. พัทยา แต่ไม่ใช่แค่นั้น ต้องปรับปรุงให้มีเพียงศูนย์อำนวยการ การระจายอำนาจให้มีการเลือกตั้งผู้นำโดยตรงจะทำให้มีการบริหารจัดการ การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง
โดยทั้ง 3 อย่างนี้จะไปสอดรับกับเศรษฐกิจชุมชน ที่นี่มีต้นทุนธรรมชาติมากมาย ประมง อัตลักษณ์ ศาสนา ดึงความเข้มแข็งความรุ่มรวยทรัพยากรธรรมชาติขึ้นมา ของดีแต่ละชุมชน เสริมให้ต่อยอดเป็นเศรฐกิจระดับมหภาค รวมทั้งแรงงานนอกระบบที่มีอยู่ 20 กว่าล้านคนในไทย ต้องมีการรับรองให้เป็นแรงงานที่ถูกต้อง มีสวัสดิการ คือนโยบายที่พรรคพลวัตผลักดันเพื่อคนในพื้นที่นี้และทั่วประเทศ
ขณะที่ในมุมมองเรื่องของสันติภาพ นายกัณวีร์ กล่าวว่า สันติภาพคือการกินอิ่มนอนหลับของพี่น้องประชาชน ความคิดเชิงโครงสร้างที่มาจากส่วนกลางล้าสมัยมากกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เมื่อมาลงในพื้นที่ทั้งอุตสาหกรรมจะนะ โรงไฟฟ้าต่างๆ ที่ขึ้นเป็นดอกเห็ด แต่ไม่ได้ถามประชาชน สันติภาพกินได้คือ ต้องให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างโครงการหรือการพัฒนา ซึ่งต้องเป็นแบบยั่งยืนและอยู่ในกรอบประชาธิปไตย
สถานการณ์การวางระเบิดในห้วง 2 เดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า มีสัญญาณว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องมีการแก้ไข ใครก็ตามที่ถูกเลือกเข้าในสภาผู้แทนราษฎร ต้องเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนไปแก้ไขปัญหาจริง 2 ปีกว่าที่ผมอยุ่ในสภาฯ สถานการณ์ไม่ถูกแก้ไขเลย กระบวนการพูดคุยยังนิ่งอยู่กับที่ ไม่มีการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยในสองรัฐบาล รัฐบาลล่าสุดมีการแต่งตั้งแต่ไม่ได้พูดคุย แสดงถึงการไม่มีเจตจำนงทางการเมืองในการแก้ไขปัญหาปาตานี ผมจึงอยากยกระดับเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติให้ได้ หากมีโอกาสเข้าไปเป็นฝ่ายบริหารก็จะผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ มีการพูดคุย การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ต้องมาคุยที่นี่ให้ได้ ให้พี่น้องได้รับฟัง บอกปัญหา”
14 ปีที่ผ่านมาของการพูดคุยสันติภาพ เห็นการพยายามสร้างทางของการพูดคุย แก้ไขปัญหา ช่วงหลังไม่มีเจตจำนงทางการเมืองที่แข็งกล้า นำมาซึ่งความศรัทธา กลายเป็นเพียงสิ่งที่จำเป็นต้องทำ แต่งตั้งมาแต่หัวหน้าคณะพูดคุยไม่มีอำนาจเต็มในการพูดคุย ต้องกลับมาถามนาย บอกว่า JCCP เป็นแนวทางที่นำไปสู่การแก้ไขได้ สุดท้ายก็ต้องกลับมาถามนายกรัฐมนตรี แล้วจะมีคณะพูดคุยไปเพื่ออะไร ปัจจุบันคือ การละคร”
คำว่าสันติภาพยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในปาตานี สันติภาพไม่เคยเกิดขึ้นมาจากปลายกระบอกปืน สันติภาพจะเกิดขึ้นจากความร่วมมือของพี่น้องประชาชน จากการมีส่วนร่วมของเจ้าของพื้นที่ คือสิ่งที่ผมพยามผลักดันในการเกิดขึ้นของสันติภาพในปาตานี
“สิทธิมนุษยชนคือ สิทธิของทุกคนที่เกิดมาเป็นมนุษย์ สิทธิมนุษยธรรมในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่นี้สิทธิของเราถูกกดทับ ผมพูดความจริง เราพร้อมต่อสู้กับพวกท่าน อยากเห็นการเมืองไทยเปลี่ยนแปลง จะทำหน้าที่เพื่อทุกคน ให้มั่นใจในความศรัทธาและความมั่นคงของการทำงานของเรา” นายกัณวีร์ กล่าว


