ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เกิดเหตุกุ๊กแทงกุ๊กดับหน้าร้านในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนใช้เหล็กตีหัวซ้ำท่ามกลางสายตาผู้คน ตร.ตามรวบได้ทันควันสารภาพแค่มารับเงินค่าจ้างที่ค้างจ่ายแต่กลับถูกตีหัวก่อน
วานนี้ (4 ก.พ.) ได้เกิดเหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธมีด บริเวณหน้าร้านข้าวต้มกุ๊กนพ ถ.ราษฎร์อุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีคลิปภาพเหตุการณ์ที่ชาวบ้านถ่ายเอาไว้ได้บางช่วงบางตอน เป็นภาพที่ผู้ชายคนหนึ่งนอนกองอยู่บนเกาะกลางถนนแล้วก็มีผู้ชายอีกคนเอาเหล็กมาตีซ้ำที่หัว แล้ววิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่เพื่อนรออยู่ขับหลบหนีเข้าไปในซอย โดยมีพนักงานของร้านวิ่งตามหลังไป
เหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นชายที่ถูกทำร้าย ชื่อ นายร่มเกล้า เพชรนวล อายุ 42 ปี ทำงานเป็นกุ๊กอยู่ที่ร้านข้าวต้มกุ๊กนพช่วงเวลากลางคืน ถูกแทงเข้าบริเวณลำตัว จำนวน 1 แผล ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายวรวุฒิ ขุนวงษ์ อายุ 29 ปี ซึ่งเคยเป็นกุ๊กที่ร้านข้าวตุ้มกุ๊กนพเหมือนกัน แต่ได้ออกไปแล้ว
หลังจากก่อเหตุ พ.ต.อ.มาชา แก้วทอง ผกก.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ท.ชนาวิน รัตนาวิน รอง ผกก.สส.ฯพ.ต.ท.ธีรพงศ์ วิชิต สว.สส.ฯ ร.ต.อ.ฐานุพงค์ บัวชุม รอง สว.สส.ฯ ได้ตามไปจับกุม นายวรวุฒิ ได้ที่บ้านพักใน หมู่บ้านลานทอง ม.13 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา พร้อมของกลางเสื้อยืดสีน้ำเงิน และกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ที่สวมใส่ตอนเกิดเหตุ พร้อมแจ้ง 2 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพกพาอาวุธมืด ไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” แต่เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ส่วนคนที่ขับรถจักรยานยนต์ที่ขับหลบหนี คือ นายจักรี หรือบอม ให้การว่า ไม่ได้รู้จักกับ นายวรวุฒิ มาก่อน แต่ได้วานให้ตนไปส่งเพื่อขอรับเงินค่าจ้างที่ร้านกุ๊กนพ และจะให้เงินเป็นค่าเติมน้ำมันและไม่ทราบว่า นายวรวุฒิ พาอาวุธมีดไปด้วย หลังเกิดเหตุก็ขับรถพาส่งที่บ้านพักโดยไม่มีส่วนรู้เห็นหรือร่วมก่อเหตุแต่อย่างใด
จากการสอบสวน นายวรวุฒิ ให้การว่า ตนกับผู้ตายซึ่งเคยทำงานเป็นกุ๊กที่ร้านเดียวกันแต่คนละกะ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันมาก่อน แต่ว่าตอนเกิดเหตุเจ้าของร้านนัดให้มาเอาเงินค่าจ้างที่ตนเคยทำงานอยู่ที่ร้านนี้เป็นจำนวน 7 วัน วันละ 500 บาท และเจ้าของร้านก็นัดให้มาเอาเมื่อคืนนี้ แต่เมื่อมาถึงตอนรอรับเงินและยืนหันหลัง ก็ถูกผู้ตายใช้เหล็กตีเข้าที่ศีรษะ ตนจึงชักมีดออกมาและแทงไป 1 ครั้ง และแย่งเหล็กที่ถืออยู่ในมือ โดยผู้ตายได้วิ่งไปล้มลงกลางถนนตนจึงเดินไปตีซ้ำ
และนายวรวุฒิ ยังอ้างอีกว่า ตอนที่ชักมีดออกมาและตอนที่แทงรวมทั้งตอนแย่งเหล็กทำไปโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ และก่อนหน้านี้ก็เคยไปเป็นทหารอาสาช่วยงานที่ชายแดนช่วงสงครามไทยกัมพูชาด้วย


