พัทลุง - “อภิสิทธิ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมขึ้นปราศรัยบนเวทีบริเวณสวนสาธารณะ เขตเทศบาลเมืองพัทลุง ลั่นขอคนพัทลุงทวงคืนทุกคะแนนเสียงกลับสู่ประชาธิปัตย์
วันนี้ (3 ก.พ.) พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ บริเวณสวนสาธารณะ เขตเทศบาลเมืองพัทลุง ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาร่วมรับฟังการปราศรัย โดยมีแกนนำพรรคและผู้สมัครรับเลือกตั้งเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และนายจุรี นุ่นแก้ว ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา
โดยบนเวทีปราศรัย นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ ระบุว่า บุคคลบางรายที่เคยสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ตัดสินใจทิ้งพรรคไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทวงคืนคะแนนเสียงจากบุคคลดังกล่าว กลับมาสนับสนุนผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ นางสาวฉัตรธิษณ์ชา เหตุทอง เขต 1, นายภพเอกอัคร อินทรโม เขต 2 และนายสุนัย คงแก้ว เขต 3 เพื่อรักษาอุดมการณ์และแนวทางการเมืองที่ยึดมั่นมาอย่างยาวนาน
ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศรัยเน้นย้ำถึงการต่อสู้กับอำนาจเงินและการเมืองที่ไม่สุจริต โดยขอคะแนนเสียงจากประชาชนให้กลับคืนสู่พรรคประชาธิปัตย์ทุกคะแนนเสียง พร้อมแสดงความกังวลว่า เมื่อใกล้วันเลือกตั้ง อาจมีการใช้อิทธิพลของพรรคการเมืองทุนเทา ผ่านการแปลงเป็น “แบงก์เทา” เพื่อจูงใจประชาชน ซึ่งขัดต่อหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง เพราะที่ทราบว่าพื้นที่ภาคใต้เป็นพื้นที่หนึ่งที่จะมีการซื้อเสียงมากสุดของพรรคการใหญ่
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการพาดพิงจังหวัดพัทลุงในทางเสียหายว่า เป็น “เมืองส่งออกมือปืน” โดยยืนยันว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่เป็นความจริง และผู้ที่พูดไม่เข้าใจพื้นที่อย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่า จังหวัดพัทลุงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ มีวัฒนธรรม ประเพณี และอัตลักษณ์ท้องถิ่นอันโดดเด่น เป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม ไม่ใช่อย่างที่ถูกกล่าวอ้าง
นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังได้นำเสนอนโยบายสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้รับความสนใจและเสียงตอบรับจากผู้ร่วมฟังการปราศรัยเป็นอย่างมาก โดยเน้นการเมืองสุจริต การพัฒนาที่ยั่งยืน และการยืนหยัดเคียงข้างประชาชน ก่อนกล่าวทิ้งท้ายบนเวทีว่า “ขอให้พี่น้องประชาชนชาวพัทลุง กินเหยื่อ แต่ไม่กินเบ็ด” เพื่อย้ำเตือนให้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเลือกตั้ง และไม่ตกเป็นเครื่องมือของการเมืองที่ใช้เงินนำทาง


