xs
xsm
sm
md
lg

เลือกตั้ง ส.ส.สงขลา พื้นที่หาดใหญ่สุดเดือด! ใครจะเข้าวิน ระหว่าง “สามหมุ่มสามมุม” จากสามพรรคดัง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวเชิงวิเคราะห์ โดย.. ไชยยงค์ มณีพิลึก

“สงขลา” หัวเมืองใหญ่ที่ถือเป็นเมืองหลวงของภาคใต้ตอนล่าง นับเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ของการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร ที่ประชาชนให้ความสนใจ ติดตามความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองและผู้สมัครทั้ง 9 เขต เพราะในอดีต ส.ส.หรือผู้แทนของสงขลาถูกผูกขาดโดย ”พรรคประชาธิปัตย์” มาโดยตลอด และ ”ประชาธิปัตย์” เพิ่งจะมาเสียแชมป์การผูกขาดเก้าอี้ ส.ส.เขต 2 ให้เด็กหนุ่มหน้าใหม่ ที่ไม่เคยผ่านการเมืองระดับท้องถิ่นที่ไหนมาก่อนอย่าง “ศาสตรา ศรีปาน” ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ซึ่งในครั้งนั้นเป็นได้เป็น ส.ส.สังกัดพรรค “ลุงตู่” หรือพลังประชารัฐ ก่อนจะได้เป็น ส.ส.อีกสมัยเมื่อปี 2566 ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ

และพลันที่ กกต.ได้กำหนดวันเลือกตั้งตามไทม์ไลน์ที่ทราบกันแล้วนั้น พรรคการเมืองที่เป็นทั้งแชมป์เก่าอย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชน ที่ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เมื่อปี 62 “วชิราภรณ์ นิรันตราภรณ์” ผู้สมัครจากพรรคก้าวไกลในขณะนั้น แพ้อย่างฉิวเฉียวแก่ “ศาสตรา ศรีปาน” เพียง 100 กว่าคะแนน ก็มีการประกาศชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 ของ จ.สงขลาอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ "ศาสตรา ศรีปาน” ซึ่งเป็น อดีต ส.ส.คนล่าสุด ก็ประกาศย้ายค่ายจาก “รวมไทยสร้างชาติ” มาสวมเสื้อสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทยในการสู้ศึกในครั้งนี้

โดย “ประชาธิปัตย์” ส่ง “จูรี นุ่มแก้ว” เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขต 2 ซึ่งมีพื้นที่ของเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ทั้งหมด และมีพื้นที่นอกเขตเทศบาลคือ อบต.คลองอู่ตะเภา อ.หาดใหญ่ ที่เป็นพื้นที่นอกเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นผู้มีสิทธิ์ออกเสียงในการเลือกตั้ง

“จูรี” ไม่ใช่ผู้สมัครหน้าใหม่ ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว “จูรี” ลงสมัครในนาม “พรรคกล้า” ที่มี “กรณ์ จาติกวนิช” เป็นหัวหน้าพรรค มีคะแนนมาเป็นอันดับสาม ได้เกือบ 15,000 คะแนน

ส่วนพรรคประชาชน ที่ในสมัยที่แล้วในนามพรรคก้าวไกลได้คะแนนอันดับ 2 แพ้อันดับ 1 เพียง 100 กว่าคะแนน เปลี่ยนตัวผู้สมัคร โดยส่ง “สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” ซึ่งเป็นนายแพทย์ เป็น “ประธานชมรมแพทย์ชนบท” และเป็น ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา โดยได้ยื่นใบลาออกจากราชการเพื่อขึ้นเวที “ลุยไถ” ในเขต 2

หมอจุ๊ก” หรือ “สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” แม้จะไม่เคยเล่นการเมือง แต่ก็เป็นบุคคล ที่คนทั้งประเทศรู้จักเป็นอย่างดี ในฐานะของ “หมอเอ็นจีโอ” ที่มีประวัติในการร่วมกับ “เอ็นจีโอ” เคลื่อนไหวในเรื่องชองสิ่งแวดล้อม เช่น การต่อต้านนิคมอุตสาหกรรมจะนะ การต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา การต่อต้านโรงงานแยกก๊าซทีทีเอ็ม และการต่อต้านแลนด์บริจ์ด ที่ จ.ชุมพร-ระนอง

ในขณะที่ “พรรคภูมิใจไทย” ซึ่งพยายาม “ปักธง” ในพื้นที่เขต 2 มาโดยตลอด แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยได้ “ศาสตรา ศรีปาน” ซึ่งย้ายจากพรรครวมไทยสร้างมาอยู่ด้วย จึงกลายเป็นความหวังของ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” หรือ “โกเกี๊ยะ” ผู้นำเบอร์ 2 ของภูมิใจไทย และยังเป็นแม่ทัพภาคใต้ ในการที่จะมี ส.ส.สงขลา เขต 2 ให้ได้ เพราะหาดใหญ่หรือเขต 2 คือ “บ้าน” ของ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” การมี ส.ส.ของพรรคในพื้นที่เขต 2 จึงถือเป็นหน้าตาของ “โกเกี๊ยะ” ดังนั้น ครั้งนี้ ภูมิใจไทยจึงต้องทุ่มหมดหน้าตักเพื่อสู้ศึกในเขตเลือกตั้งที่ 2

เมื่อเทียมฟอร์มของผู้สมัครทั้ง 3 หนุ่มจากสามพรรค จะเห็นว่า “จุดเด่น” ของ “ศาสตรา ศรีปาน” คือเป็นคนหนุ่ม เป็นคนพื้นที่ เป็น ส.ส.ติดต่อกัน 2 สมัย มีฐานเสียงที่ให้การสนับสนุนไม่ต่ำกว่า 15,000 คะแนน แม้งานการเมืองไม่หวือหวามาออกสื่อ แต่เข้าถึงและดูแลฐานเสียงอย่างสม่ำเสมอ เมื่อบวกกับคะแนนเสียงของ “ภูมิใจไทย” ในเขต 2 ที่ไม่ใช่คะแนนของ”ศาสตรา” และคะแนนเสียงของ “นิพนธ์ บุญญามณี” ที่เป็นอดีตแกนนำของประชาธิปัตย์ ซึ่งย้ายมาอยู่กับภูมิใจไทย และเป็นผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งของสงขลา และคะแนนเสียงจากการเมืองท้องถิ่น ทำให้ “ศาสตรา ศรีปาน” ยังได้เปรียบผู้สมัครของพรรคอื่นๆ

ส่วน “จูรี นุ่มแก้ว” ที่โด่งดังมาจากการเป็น “ดาวติ๊กต๊อก” และเมื่อครั้งแรกที่สมัครในนามของพรรคกล้า ก็อาศัยความเป็น “จูรี” เพียงอย่างเดียว ก็ได้คะแนนมาเป็นอันดับสาม ถือว่าไม่ธรรมดา ครั้งนี้ สวมเสื้อ “สีฟ้า” ยี่ห้อแม่ธรณีบีบมวยผม มี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นหัวหน้าพรรค หาก “อภิสิทธิ” โยกคลอนให้ประชาชนที่เคยศรัทธาในพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่เขต 2 กลับมาได้สัก 30% โอกาสที่ “ประชาธิปัตย์” จะทวงแชมป์ของเขต 2 กลับคืนก็เกิดขึ้นได้ แต่จุดอ่อนของ “จูรี” ที่ต่างกับ “ศาสตรา” และ “หมอสุภัทร” คือ “จูรี” ไม่ใช่ “คนหาดใหญ่” แต่พื้นที่มาจาก อ.ระโนด จ.สงขลา

สำหรับ “สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” กิจกรรมที่สร้างชื่อเสียงเป็นเรื่องระดับประเทศ เป็นนักกิจกรรมสายเอ็นจีโอ เป็นผู้พยายามปฏิรูประบบราชการ และต่อสู้เรียกร้องในเรื่องสิ่งแวดล้อมตามแนวทางของเอ็นจีโอก็ไม่ได้ลงลึกกับชาวหาดใหญ่ ที่อยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 มากนัก อาศัยว่าเป็นเด็กหาดใหญ่ มีวาทะในการสื่อสารกับประชาชนได้อย่างคมคาย และครั้งนี้สวมเสื้อ “พรรคประชาชน” ที่มีคะแนนเสียงเป็นของพรรคอยู่แล้วส่วนหนึ่ง ที่พร้อมจะเทคะแนน ไม่ว่าพรรคส้มจะส่งใครมาลงก็ได้ นี่คือ “จุดแข็ง” ของ “หมอจุ๊ก”

บทสรุปการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 สงขลา ครั้งนี้จึงเป็นเขตเลือกตั้งที่ “เร้าร้อน” เพราะเป็นพื้นที่ซึ่งมีทั้งพื้นที่เศรษฐกิจ ที่คะแนนเสียงใช้เงินซื้อไม่ได้ และมีทั้งพื้นที่ที่เรียกว่า ชุมชน 103 ชุมชน ที่เป็นพื้นที่ชี้นำและเป็นตัวแปร ที่อาศัยฐานการเมืองท้องถิ่น ที่หากผู้สมัครพรรคใดได้คะแนนจาก 103 ชุมชนเป็นกอบเป็นกำ โอกาสของชัยชนะก็เป็นของผู้นำ และยังมีเสียงจากประชาชนในพื้นที่ อบต.คลองอู่ตะเภา ที่อยู่นอกเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งเป็นคะแนนหนุนเสริม 

ดังนั้นเมื่อดูจากปัจจัยต่างๆ ของผู้สมัคร จะเห็นว่า ผู้สมัครทั้งสามคนสามพรรคมีโอกาสในการได้เป็น ”ส.ส.” ในครั้งนี้อย่างเท่าเทียม อยู่ที่ใครจะมีกลยุทธ์ในการเข้าถึงประชาชนอย่างไร พรรคการเมืองที่สังกัดมีการสนับสนุนในเรื่องการเป็นท่อน้ำเลี้ยงอย่างไร และประชาชนในเขตเลือกตั้ง ที่เป็นเสียงส่วนใหญ่ จะเลือกคนเก่งคนดี หรือเลือกที่จะรับเงินเพื่อแลกกับการลงคะแนน ทั้งหมดคือ ปัจจัยของการส่งผลให้ผู้สมัครของเขต 2 ได้เป็น ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งนี้


กำลังโหลดความคิดเห็น