xs
xsm
sm
md
lg

“อภิสิทธิ์” ปราศรัยภูเก็ต ชูเป็น "เขตเศรษฐกิจพิเศษภูเก็ตมหานคร" กระจายอำนาจ-งบประมาณ แก้รถติด-ขยะ อ้อนเลือกปชป.ทั้ง 2 ใบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต – “อภิสิทธิ์” ยกทีมปราศรัยที่ภูเก็ตอีกรอบ ท่ามกลางประชาชนที่มาต้อนรับคับคั่ง ชูธง “เขตเศษฐกิจพิเศษภูเก็ตมหานคร”กระจายอำนาจ-งบประมาณลงพื้นที่ แก้รถติด–ขยะ อ้อนคนภูเก็ตเลือกประชาธิปัตย์ทั้งสองใบ เพื่อร่วมกันสร้างบ้านเมืองให้สุจริต


วันนี้ (30 ม.ค.69) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาหาเสียงที่จังหวัดภูเก็ตอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้าที่ได้มาเปิดเวทีย่อยปราศรัยไปแล้วหนึ่งครั้ง ซึ่งการมาปราศรัยหาเสียงของนายอภิสิทธิ์ในครั้งนี้ ได้รับการต้อนรับจากชาวภูเก็ตอย่างอบอุ่น โดยได้ขึ้นรถแห่หาเสียงทักทายชาวภูเก็ตไปตามถนนสายต่างๆ ในย่านเมืองเก่าภูเก็ตและมาที่บริเวณสะพานหิน โดยนายอภิสิทธิ์ได้เดินทักทายชาวภูเก็ตที่มาร่วมงานชิคแอนด์ชิล ที่ ททท.ภูเก็ต จัดขึ้นที่สะพานหินใกล้กับเวทีปราศัยของพรรคประชาธิปัตย์ (จุดปลาสุริยะ) โดยมีประชาชนขอถ่ายรูปตลอดเส้นทางจนมาถึงเวทีปราศัยที่มีประชาชนชาวภูเก็ตมารออย่างเนื่องแน่น ทันที่ที่นายอภิสิทธิ์มาถึงประชาชนต่างๆส่งเสียงต้อนรับดังกึกก้องพร้อมทั้งมอบดอกไม้เป็นกำลังใจ


นายอภิสิทธิ์ กล่าวในเวทีปราศรัยว่า วันนี้ที่มาภาคใต้ ทั้งกระบี่ พังงาและภูเก็ต อีกครั้ง เพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่จำเป็นต้องมาพูดคุยกับพี่น้องชาวภูเก็ตและชาวใต้ ผมกลับมาการเมืองครั้งนี้ขอขอบพระคุณพี่น้องจริงๆที่ให้การต้อนรับ โดยเฉพาะพี่น้องที่ภูเก็ตให้กำลังใจมาตลอดทาง หลายคนบอกว่าขอบคุณที่กลับมา หลายคนบอกเป็นกำลังใจให้อยากให้ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล หลายคนไม่รู้จะพูดอะไรก็บอกว่า “หล่อเหมือนเดิม”

แต่สิ่งที่ตนสามารถสัมผัสได้คือคนอึดอัดมาหลายปีว่าทำไมการเมืองเป็นแบบนี้ ดูข่าวการเมืองเห็นแต่เรื่องทุจริต เรื่องของการต่อรองผลประโยชน์กันระหว่างนักการเมือง ระบบพรรคก็เละเทะ หลายจังหวัดมีปัญหารุนแรง ประสบปัญหาความยากจน ปัญหายาเสพติดปัญหาทุนเทา ปัญหาการหลอกลวง สแกมเมอร์ ตนกลับมาครั้งนี้ทุกครั้งที่มีคนถามว่าต้องการมาทำอะไร ก็จะบอกว่าสิ่งแรกที่อยากจะทำให้สำเร็จ คือ ทำให้ประเทศไทยกลับไปเป็นบ้านเมืองที่สุจริต และสิ่งที่ประทับใจมาโดยตลอด คือพี่น้องชาวใต้อยู่เคียงข้างพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอดในการต่อสู้ ครั้งนี้จึงกลับมาขอแรงพี่น้องอีกครั้งหนึ่งในการที่จะสร้างบ้านเมืองให้สุจริต


นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ประกาศว่าถ้าได้เป็นรัฐบาล เศรษฐกิจจะกลับมาโต 5% ตอนนี้โตไม่ถึง 2% แต่มีเพียงจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่เศรษฐกิจโตเกิน 5% คือ ภูเก็ต แต่ในขณะที่ภูเก็ตประสบความสำเร็จในการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ภูเก็ตต้องเผชิญกับหลายๆปัญหาที่เกิดจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ซึ่งล้วนแล้วแต่โยงไปสู่ปัญหาการทุจริตของนักการเมือง ของทุนเทา การปล่อยให้คนต่างชาติเข้ามาสร้างอาณาจักรของตัวเอง เงินก็หมุนเวียนเฉพาะคนในชาติและนำออกนอกประเทศ ตนไม่ได้รังเกียจนักลงทุนและนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาอยู่ภูเก็ต แต่ถ้าเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายจะต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมายและเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าไปเชื่อมโยงในการหารายได้ อย่าปล่อยประละเลยแสวงหาผลประโยชน์นี้เพียงตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่สุด


พรรคประชาธิปัตย์จึงต้องตั้งต้นทำให้บ้านเมืองสุจริต ภูเก็ตต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน ตนมาทุกครั้งต้องลุ้นทุกครั้งจะกลับไปขึ้นเครื่องบินทันไม่ จากปัญหารถติดหนักกว่ากรุงเทพอีก นั่งดูนักการเมืองเถียงกันไปเถียงกันมาจะสร้างไม่สร้างอุโมง์ป่าตอง จะเอาระบบรถรถไฟฟ้า หรือระบบราง หรือจะเอามอเตอร์เวย์ เถียงกันไปเถียงกันมา จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เกิด ยังอยู่ที่เดิม บางเรื่องไม่น่าเชื่อแค่เอารถ EV ขนคนจากสนามบินมาในเมืองเพียงแค่ขออนุญาตจากกระทรวงคมนาคมแต่ทำไม่ได้กี่ปีแล้ว ตนเลยแปลกใจมีพรรคการเมืองหนึ่งชอบมาโจมตีพรรคประชาธิปัตย์บอกพี่น้องเคยเลือก สส.ประชาธิปัตย์มาอย่างยาวนานแต่ไม่พัฒนา ที่จริงพี่น้องเข้าใจระบบดีอยู่แล้วว่า สส.มีหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนที่น้อง แต่คนอนุมัติโครงการ ผลักดันโครงการ คือคนที่เข้าไปคุมกระทรวงที่เกี่ยวข้อง พรรคที่พูดนั่นแหละคุมกระทรวงคมนาคมมายาวนานที่สุดทำไม่ไม่ทำ แถมยังมาขู่อีก ถ้าไม่เลือก ไม่มีโครงการ รู้จักคุณภูเก็ตน้อยไปแล้ว


เรื่องที่สองขยะล้นเมือง เกินกำลังเตาเผาขยะที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข คนที่มาหาเสียงที่นี้ บอกว่าให้ขนไปทิ้งที่พังงา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปหาเสียงที่พังงาอย่างไร นี่ก็เป็นปัญหา รวมไปถึงน้ำท่วมก็เครื่องสูบน้ำไม่พอ รวมไปถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในภูเก็ต สิ่งเหล่านี้ไม่ยากเลย ในการที่จะลงทุน มาครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์มีคำตอบให้กับปัญหาเฉพาะหน้าของภูเก็ต และมีคำตอบในการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตในอนาคต เหมือนที่เคยมาพูดครั้งที่แล้ว ที่เสนอให้ภูเก็ตเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภูเก็ตมหานคร

ด้วยการกระจายอำนาจให้ภูเก็ต ซึ่งการกระจายอำนาจตนเป็นคนผลักดันกฎหมายกระจายอำนาจตามรัฐธรรมนูญ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว และเคยวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนว่าจะกระจายอำนาจเพิ่มเติมอย่างไรยอมรับว่าหลายเรื่องเป็นไปตามแผนแต่ติดตามหลายเรื่องไม่เป็นไปตามแ ผน ซึ่งก็ได้เรียนรู้เพราะใจของเราอยู่กับเรื่องการกระจายอำนาจ


“วิธีการนั้น ยังไม่ต้องออกกฏหมาย ได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญเรื่องการกระจายอำนาจ ด้วยการใช้อำนาจของคณะกรรมการกระจายอำนาจนำร่องไปก่อนในการจัดการเรื่องต่างๆ เช่น การขนส่ง น้ำท่วม ขยะ โดยการโอนอำนาจมาให้พื้นที่ และในส่วนเรื่องงบประมาณนั้นทุกวันนี้ภูเก็ตส่งเงินให้กับส่วนกลางมหาศาล ให้ภูเก็ตเก็บรายได้ที่เกิดขึ้นในภูเก็ตมากขึ้นจากเดิม บริษัท ห้างร้านขนาดใหญ่ใหญ่ที่มีสาขาที่ภูเก็ตให้จดทะเบียนเสียภาษีที่ภูเก็ต และการคำนวณงบประมาณให้ภูเก็ต อย่าคำนวนเฉพาะคนท้องถิ่นภูเก็ต ให้นับรวมจำนวนประชากรแผงและนักท่องเที่ยวเข้ามาด้วย เพื่อให้ภูเก็ตได้รับการจัดสรรงบประมาณให้มากขึ้น รวมทั้งเพิ่มเครื่องมืออื่นๆ เช่น ต้องทำให้ท้องถิ่นภูเก็ตสามารถทำโครงการร่วมกับภาคเอกชน (PPP) ได้ แต่ถ้ากลัวว่าภูเก็ตจะทำอะไรเกินกำลัง ก็ให้กำหนดวงเงินไว้ แล้วใช้มาตรการจูงใจทางภาษี เป็นต้น เพื่อให้ภูเก็ตมีอำนาจและมีงบประมาณในการบริหารจัดการตัวเองได้ โดยไม่ต้องรอรัฐบาล


นายอภิสิทธิ์ ยังวิจารณ์นโยบายปลดล็อกกัญชา ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวและประเทศคู่เจรจาเกิดความกังวล จนบางประเทศออกคำเตือนพลเมืองเกี่ยวกับการเดินทางมาไทย ย้ำว่าถึงเวลาต้องทบทวนและจัดระเบียบใหม่อย่างจริงจัง

ช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์ ขอแรงสนับสนุนจากประชาชนเลือกพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสองใบ เพื่อให้พรรคมีกำลังผลักดันการเมืองสุจริต ปราบทุนเทา และขับเคลื่อนการพัฒนาภูเก็ตและประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมย้ำ “วันที่ 8 ก.พ. คือวันที่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินอนาคตบ้านเมืองด้วยมือของตัวเอง”




กำลังโหลดความคิดเห็น