xs
xsm
sm
md
lg

สนามเลือกตั้งสุราษฎร์ แข่งเดือด บ้านใหญ่ย้ายพรรคซบภูมิใจไทย -กล้าธรรม ขณะ ปชป.อภิสิทธิ์ คัมแบ็ค ดึงกระแสดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุราษฎร์ธานี -สนามเลือกตั้งสุราษฎร์ แข่งเดือด ระหว่างพรรคใหญ่ “ภูมิใจไทย” ที่บ้านใหญ่ “ป้าโส” ย้ายไปอยู่ และ พรรคเก่าแก่อย่างประชาธิปัติย์ แม้ว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา จะแพ้เรียบทั้ง 7 เขต แต่ครั้งนี้ “อภิสิทธิ์” คัมแบคแล้ว


สำหรับการเลือกตั้งสนามใหญ่อย่างจ.สุราษฎร์ธานี หลายคนมองว่าสนามนี้มีการแข่งขันกันสูง และแข่งกันเดือดอย่างแน่นอน โดยมีการแบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 7 เขต ซึ่งสนามที่หลายคนจับตามอง ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีความเปลี่ยนแปลงไปทิศทางใหน ซึ่งที่ผ่านมจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นจังหวัดที่พรรคประชาธิปัตย์ครอบครองมายาวนาน จนได้ขนานนามว่า ส่งเสาไฟฟ้าลงก็ได้ จนการเลือกตั้งครั้งล่าสุดการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเลยทั้ง 7 เขตเลือกตั้ง การเลือกตั้งครั้งนี้ คนสุราษฎร์ฯ หันไปเทคะแนนเสียงให้ พรรครวมไทยสร้างชาติจำนวน 6 คน และพรรคภูมิใจไทยได้เข้ามา 1 คน

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้สนามสุราษฎร์ฯ นับว่าเป็นสนามที่น่าจับตามมองเป็นอย่างมาก เมื่อบ้านใหญ่ 2 บ้าน ทั้ง “กาญจนะ” ที่มีป้าโส เป็นหัวหอกคนสำคัญ “ป้าโส” ได้นำทีมอดีต สส. ออกจาก พรรครวมไทยสร้างชาติ ไปอยู่ พรรคภูมิใจไทย ของเสี่ยหนู ส่วนบ้านใหญ่จ่าแก้ว ซุ้มกำนันศักดิ์ อดีตนายก อบจ. นำอดีต สส.ในสังกัดออกจาก พรรครวมไทยสร้างชาติ ไปอยู่กับพรรคกล้าธรรม

ส่วนพรรประชาธิปัติย์ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ คัมแบ็คกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ส่งผลให้เหล่ากองเชียร์ที่ไปหนุนบ้านใหญ่กาญจนะ หันหัวเรือกลับมาหนุนพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบกับทางพรรคมีนโยบายให้คนเก่าเปิดทางให้เด็กรุ่นใหม่มีโอกาสเปิดตัวลงสมัคร ค่าย ปชป.จึงมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถลงสมัครในวันนี้


สำหรับ เขต 1 สุราษฎร์ธานี มีผู้สมัครจำนวน 9 คน กานสินี โอภาสรังสรรค์ อดีตเจ้าของพื้นที่สมัยที่ผ่านมา เป็นลูกสะใภ้ของป้าโส (โสภา กาญจนะ นากยก อบจ.) ที่ได้รับเลือกตั้งปี 2566 ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติของลุงตู่ ได้คะแนนเสียง 28,000 คะแนน การเลือกตั้งครั้งนี้ลงสมัครในนาม พรรคภูมิใจไทย เบอร์3

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์การเลือกตั้งปี 66 เฟลทั้ง 7 เขต การเลือกตั้งครั้งนี้มีความหวังจะยึดพื้นที่คืน โดยส่ง วัชระ เพชรทอง เบอร์ 4 ที่เปิดตัวเป็นตัวแทนลงสมัครในนามพรรค มานานถึง 1 ปีเศษ ภาพลักษณ์ค่อนข้างมีบทบาทในทางการเมืองของสุราษฎร์ ประกอบกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คัมแบค กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ทำให้กระแสของประชาธิปัตย์กระเตื้องขึ้น ฐานเสียงของพรรคก็หวนกลับมาสนับสนุน จึงทำให้คะแนนของกานสินี ลดลง ส่วนจะลงขนาดใหน หรือประชาธิปัตย์ จะกลับมายึดพื้นที่ได้หรือไม่ก็รอดูกันที่คนมาใช้สิทธิ์

ขณะที่พรรคประชาชน ได้ส่ง นายรัฐภัทร์ (อาจารย์มิว) พัฒนาศิริรักษ์ เบอร์1 ก็คาดหวังคะแนน สส.เขตเลือกตั้งปี 66 ที่ได้ 23,000 คะแนน จะไม่แปรผันมากนัก หรืออาจเพิ่มขึ้น หรือหดหายพอสมควร ด้วยทางพรรคเจอมรสุมวาทะกรรม และ ชูวิทย์เสือเฒ่าออกเปิดศึกฟาดฟันพรรคส้มในฐานะประชาชน ซึ่งทางพรรคต้องคอยตามแก้ตลอด


ส่วน ดร.อา เธียรทัศน์ เอี่ยมตระกูล เบอร์5 จากพรรคพลังประชารัฐ ลูกชาย นายธีรยุทธ หรือ ผู้ว่าอ้อย อดีตผู้ว่าสุราษฎร์ เป็นคนรุ่นใหม่ มีปริญญาเอก ม.รามคำแหง ปรัชญาดุษดีบัณฑิต สาขาวิชาการเมือง คณะรัฐศาสตร์ ห้อยท้าย ถึงแม้จะมีประชาชนส่วนหนึ่งยังไม่ค่อยรู้จัก เมื่อเปรียบเทียบคะแนนในการลงสนามเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานีในครั้งที่ผ่านมา เกือบที่จะล้มแชมป์เก่าอย่าง นายกแปะ ประเสริฐ บุญประสพ น้องชายป้าโส (บ้านใหญ่ ) แบบคะแนนรดต้นคอกันเลยทีเดียว

ถ้ามาวิเคราะห์ตามเหตุและผล คะแนนต่างๆในพื้นที่เขต 1 เดิมๆแล้ว จะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1 กลุ่มฐานเสียงของพรรค ปชป. 2,กลุ่มประชาชนไม่เอา พรรค ปชป 3,กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจจะเลือกใคร จากข้อมูลการเลือกตั้ง ปี 66 พรรค ปชป.อยู่ในจังหวะขาลง บ้านใหญ่กาญจนะหรือ ลุงชุมพล -ป้าโส ที่ดูแลรับผิดชอบการเลือกตั้งในพื้นที่สุราษฎร์ ได้แตกออกจากพรรค ปชป. ไปร่วมพรรครวมไทยสร้างชาติ ฐานเสียง ปชป.ในพื้นที่สุราษฎร์ธานี จึงหันมาสนับสนุนบ้านใหญ่กาญจนะ จึงส่งผลให้ลูกสะใภ้พร้อมสมาชิกในสังกัดบ้านใหญ่กาญจนะ และ สังกัดซุ้มกำนันศักดิ์ ที่รวมตัวอยู่ใน พรรครวมไทยสร้างชาติ ชนะการเลือกตั้งเข้ามาทั้งหมด 6 เขตและมีภูมิใจไทย 1 แต่ก็อยู่ในสังกัดบ้านใหญ่กาญจนะ


สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ปี 69 กลุ่มบ้านใหญ่กาญจนะ ได้ทิ้งพรรครวมไทยสร้างชาติ ไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ค่ายไปสีน้ำเงิน ส่วนค่าย ปชป.อภิสิทธิ์ และทีมบริหารพรรครุ่นเก่าๆกลับมาเกือบพร้อมหน้า ส่งผลให้กองเชียร์พรรค รีเทิร์นกลับมาหนุนพรรค ปชป. คะแนนของ กานสินี ที่เป็นฐานคะแนนเดียวกันจึงถูกแบ่งไปให้กับ วัชระ ผู้สมัครของพรรค ปชป. จึงเปิดโอกาสให้ ดร.อา เธียรทัศน์ เอี่ยมตระกูล เบอร์5 จากพรรคพลังประชารัฐ ที่พ่ออ้อย ท่านธีรยุทธ เอี่ยมตระกูล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีผลงานแก้ไขอุทกภัยปี 54 น้ำท่วมใหญ่ของสุราษฎร์จะออกมาช่วยผลักดันให้ประชาชนในเขต 1 รู้จักตัวตนของลูกชายที่อาสามารับใช้ประชาชนอย่างไร และจะดึงกลุ่มคะแนนเสียงกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร มาเทคะแนนให้ลูกชาย เพื่อล้มแชมป์เก่า ในช่วงที่ฐานเสียงของ “กานสินี” และ “วัชระ” กำลังขัดขากันเอง แต่อีกคนที่ต้องจับตาเช่นกันก็คือ อาจารย์มิว รัฐภัทร์ พัฒนาศิริรักษ์ เบอร์1 พรรคประชาชน สายวิชาการ ที่เพิ่งเปิดตัวเล่นการเมือง แต่กระแสพรรคดี ประกอบกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นฐานเสียงของพรรคประชาชน ก็มีโอกาสเข้าวินได้เช่นกัน

ส่วนศึกช้างชนช้าง ก็ต้องเป็นพื้นที่เลือกตั้งเขต 7 ที่ นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว (กำนันศักดิ์ อดีตนายก อบจ.)หัวหน้าซุ้มลงสมัครในนามพรรคกล้าธรรม หมายเลข 6 เลือกตั้งครั้งนี้ จ่าแก้ว หวังล้มแชมป์เก่า นายธานินทร์ นวลวัฒน์ อดีต สส.เจ้าของพื้นที่ สังกัดบ้านใหญ่กาญจนะ ที่ลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย หมายเลข 2 ซึ่งทั้ง 2 บ้านใหญ่ประกาศอย่างชัดเจนว่างานนี้ แพ้ไม่ได้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่อยู่ที่ปัจจัยหลักในโค้งสุดท้ายที่แต่ละฝ่ายแต่ละบ้าน จะงัดมุกต่างๆมาดึงดูดประชาชนให้เดินเข้าคูหากาคะแนนให้ตนเองอย่างไร


ส่วนที่จะต้องจับตามองอีกอย่างในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือเรื่องของกระสุน ที่ ซึ่งมีแสข่าวว่า เลือกตั้งครั้งนี้ใหม่มีกระสุนมากก็มีสิทธิ์ เพราะชาวบ้านบางส่วนบอกว่าเงินไม่มา กาไม่เป็น ซึ่งทาง กกต.ก็มีรายงานลับว่ามีบางพรรคล่ารายชื่อล็อคคะแนนจัดตั้งกันไว้แล้ว และมีการจ่ายหัวละ 1,000 - 3,000 บาทสำหรับ เขต 1เป็นพื้นที่เขตชุมชนเมือง คนมีความรู้ มีการศึกษาอาจไม่ยินยอมขายสิทธิ แต่ตามตรอกซอกซอยที่เป็นย่านชุมชน หมู่บ้าน ก็สามารถซื้อได้เช่นกัน หรือชุมชนรอยต่อเล่นซื้อยกชุมชนกันเลย ในการเลือกตั้งทุกๆครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือระดับชาติ ก็ยิงหัวละ 1,000 ขั้นต่ำ ทาง กกต.บอกว่ามีข่าวแต่ไร้หลักฐานเอาผิดไม่ได้ ชาวบ้านได้ฟังได้แต่ร้องอุ้ยๆๆ


กำลังโหลดความคิดเห็น