ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - “นายหัวชวน” ควง “ถาวร” ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครในเขต 2 เขต 4 และเขต 5 พร้อมเตือนสติการเมืองไทย ต้องช่วยกันหยุด “วงจรบาดลวก” ที่เผาผลาญคุณภาพของระบบราชการ
วานนี้ (29 ม.ค.) นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครในเขต 2 เขต 4 และเขต 5 พร้อมด้วย นายถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเจือ ราชสี และนายไพเจน มากสุวรรณ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ บรรยากาศการหาเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก แฟนคลับประชาธิปัตย์รุ่นเก่ามารอให้กำลังใจติดขอบเวทีอย่างเหนียวแน่น สร้างภาพการเมืองแบบดั้งเดิมที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
นายชวนกล่าวบนเวทีว่า จากการประเมินเบื้องต้น พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสได้รับชัยชนะในระบบบัญชีรายชื่อทุกเขต เพียงแต่อันดับยังไม่สามารถประเมินได้ชัดเจน ขณะที่ในส่วนของผู้สมัครเขต หลายพื้นที่ที่เคยประเมินว่ายาก เมื่อมาลงพื้นที่จริงกลับพบว่าสถานการณ์ดีกว่าที่คาดไว้ อันเป็นผลจากกระแสพรรค กระแสผู้นำ และการช่วยกันทำงานของคนการเมืองรุ่นเก่า
ในประเด็นการซื้อเสียง นายชวนเปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยไม่ระบุพื้นที่เฉพาะ ขอให้ใช้เวลาช่วงสุดท้ายก่อนเกษียณกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งเรื่องการซื้อเสียงและบ่อนการพนันที่ผิดกฎหมาย พร้อมย้ำให้ดำเนินการโดยไม่ต้องเกรงกลัวนักการเมืองคนใด
นอกจากนี้ ยังได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้กำกับดูแลข้าราชการ ให้กำชับข้าราชการและผู้บริหารท้องถิ่นทุกระดับ ยึดหลักกฎหมาย ไม่ตกเป็นเครื่องมือของการเมืองสกปรก โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้นักการเมืองนำ อสม. ไปใช้เป็นกลไกในการรวบรวมหรือจ่ายเงินซื้อเสียง รวมถึงการคุ้มครองเกียรติยศของเจ้าหน้าที่ อสม. อย่างจริงจัง
สำหรับการสนับสนุน นายภู สิทธิพัฒน์ เสนเนียม ผู้สมัคร สส.เขต 4 นายชวนระบุว่า นายภูอยู่ในวัยที่เหมาะสม มีประสบการณ์และความรู้เพียงพอที่จะก้าวสู่เวทีการเมือง ที่สำคัญต้องยึดมั่นในอุดมคติ ความซื่อสัตย์สุจริต และการเมืองบริสุทธิ์ ไม่ใช่เข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นนักการเมืองที่ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้
นายชวนยังย้ำวลีที่ใช้เตือนสติประชาชนมาโดยตลอดว่า “ศักดิ์ศรีชาวใต้ ใครอย่ามุ่งหมายซื้อด้วยเงินตรา” แม้ถ้อยคำดังกล่าวจะไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่กำหนดผลการเลือกตั้งได้ แต่ถือเป็นการเตือนใจประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพทางการเมือง
พร้อมกันนี้ นายชวนยังสะท้อนปัญหาการทำงานของ กกต. ที่มักถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า “คนทั้งเมืองรู้ว่ามีการซื้อเสียง แต่ กกต. กลับไม่รู้” อย่างไรก็ตาม ยังให้กำลังใจทุกฝ่ายในการสกัดกั้นการซื้อเสียงอย่างจริงจัง โดยชี้ว่าปัจจุบันกระบวนการซื้อเสียงได้ลุกลามไปถึงระบบบัญชีรายชื่อด้วย
นายชวนกล่าวเตือนถึงสิ่งที่เรียกว่า “วงจรอุบาทว์” ของการเมืองไทย ตั้งแต่นักการเมืองซื้อเสียง เข้าไปตั้งรัฐบาล แสวงหาผลประโยชน์ แล้วนำเงินกลับมาหมุนเวียนซื้อเสียงอีกครั้ง ก่อนจะลามไปถึงข้าราชการและองค์กรอิสระ โดยเห็นว่า คำว่า “วงจรอุบาทว์” อาจยังไม่สะท้อนความรุนแรงพอ สำหรับสังคมไทยควรเรียกว่า “วงจรบาดลวก” มากกว่า เพราะเป็นแผลที่ลุกลาม เผาผลาญคุณภาพของระบบราชการ ตั้งแต่รัฐมนตรี ปลัด อธิบดี จนถึงระดับปฏิบัติการ
“เราต้องช่วยกันอย่าให้วงจรบาดลวกนี้ทำงาน เพราะสุดท้ายมันจะกัดกินทั้งการเมือง ข้าราชการ และองค์กรอิสระไปพร้อมกัน” นายชวนกล่าวทิ้งท้าย


