ศูนย์ข่าวภูเก็ต - “พิพัฒน์” แม่ทัพใหญ่ภาคใต้พรรคภูมิใจไทย เปิดเวทีปราศรัยที่ภูเก็ต ยืนยันเดินหน้าโครงการอุโมงค์ - แก้ปัญหาจราจร -ลดสัญญาณไฟ ร่วมแก้ปัญหาขยะล้นเตาผา เตรียมคุยกับทางพังงา ขนขยะบางส่วนไปกำจัด
เมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 มี.ค.69 ที่บริเวณปลายแหลมสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต พรรคภูมิใจไทย ได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ จ.ภูเก็ต ช่วยผู้สมัครทั้ง 3 เขต หาเสียง โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพใหญ่ภาคใต้ของพรรภูมิใจไทย รวมทั้งผู้สมัครทั้ง 3 เขต ขึ้นเวทีปราศรัย โดยมีประชาชนเข้าร่วมรับฟังคึกคัก
โดยนายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตที่ดำเนินการต่ออย่างแน่นอน คือโครงการอุโมงค์ป่าตอง และ ที่สำคัญคนที่ผ่านอุโมงค์จะต้องไม่เสียค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นความตั้งใจของนายกรัฐมนตรี “อนุทิน” ที่ได้ให้นโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ ว่าอะไรทำให้เกิดความปลอดภัย ทำให้เกิดความ เกิดความมั่นคงและลดการสูญเสีย กระทรวงคมนาคมจะต้องให้บริการประชาชน และนักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางมาใช้จ่ายในภูเก็ต ตนขอยืนยันว่าอุโมงค์จากกะทู้ลอดไปป่าตองยังดำเนินการต่อแน่นอน
นอกจากนั้นยังมีโครงการที่จะดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาจราจรจากสนามบินเข้ามายังตัวเมืองภูเก็ต ซึ่งมีปัญหาเรื่องของรถติด ที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ได้เรียกร้องให้นำระบบรถไฟฟ้ามาใช้ ซึ่งโครงการนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการ แต่สิ่งที่กระทรวงคมนาคมจะรีบทำให้เกิดโดยเร็วคือการทำให้เกิดช่องจราจรเพิ่มขึ้น โดยการตัดเกาะกลางถนน ซึ่งจะทำให้ได้ช่องจราจรเพิ่มมาอีก 2 ช่องจราจร ซึ่งช่องจราจรดังกล่าวก็จะนำแบริเออร์มากั้นเพื่อให้รถสามารถวิ่งสวนกันได้อย่างปลอดภัย การแก้ไขปัญหาจราจรนั้นจะรีบดำเนินการแก้ปัญหาไปทีละขั้น
นอกจากนั้นจะดำเนินการในเรื่องของการแก้ระบบสัญญาณไฟจราจรที่มีอยู่จำนวนมาก เฉพาะสนามบินเข้าสู่เมืองภูเก็ตมีมากกว่า 10 จุด ซึ่งเรื่องนี้จะต้องหาทางออกในการลดสัญญาณไฟ อาจจะเป็นการปิดสัญญาณไฟเพื่อให้รถทางตรงวิ่งตรงไปได้เลย โดยไม่ต้องมาติดสัญญาณไฟแดง สำหรับเรื่องนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษา
นายพิพัฒน์ ยังได้กล่าวต่อไปถึงการแก้ไขปัญหาขยะตกค้างในส่วนของบ่อฝังกลบขยะภุเก็ต ว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีขยะที่ส่งกำจัดในเตาเผาได้ไม่หมด ทำให้ขยะตกค้างจำนวนมาก บางวันมีมากถึง 700 -1,000 ตัน ซึ่งการแก้ปัญหานี้ ตนได้หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกยังหาทางออกไม่ได้ และครั้งที่ 2 ได้ให้แนวทางกับผู้ว่าราชการจังหวัดว่า การสร้างเตาเผาขยะใหม่ในภูเก็ตมีข้อจำกัดมากมาย
เพราะฉะนั้นเราจะจัดการขนขยะวันละ 700 -1,000 ตันไปสู่จังหวัดพังงาโดยวิธีสร้างโรงคัดแยกขยะ เมื่อคัดแยกเสร็จก็จะต้องจัดการเผาขยะ โดยเรื่องนี้ตนเองก็ต้องไปหารือกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา รวมทั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภุเก็ต และพังงา เพื่อที่จะมาจับมือเพื่อหาทางออกไปด้วยกัน ซึ่งการดำเนินการนั้นจะต้องหาวิธีที่จะทำให้คนพังงาไม่รังเกียจขยะที่ขนออกจากจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเป็นจุดอ่อนถ้าไม่มีการศึกษา ไม่มีการทำความเข้าใจให้ดี ซึ่งจะต้องหาทางป้องกัน เพราะเรื่องนี้อาจจะทำให้พี่น้องประชาชนตำหนิผู้ว่าราชการจังหวัด ตำหนิผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างไรก็ตามสำหรับการแก้ปัญหาขยะภูเก็ต เป็นเรื่องที่จะต้องมาคุยกันเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหา
ส่วนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในส่วนของบริษัทที่รับไปบริหารจัดการขยะ ตนได้คุยกับบริษัทต่างๆเรียบร้อย ว่าจะมีการบริหารจัดการขยะที่ล้นเตาเผาอย่างไร ซึ่งเร็วๆนี้ทางบริษัทจะเข้าไปพบกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อวางแผนในการดำเนินการ ซึ่งบริษัทที่จะเข้ามาดำเนินการเป็นบริษัทที่อยู่ในเครือข่ายของตนและเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการบริหารจัดการขยะอยู่แล้ว


