ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาการประกอบธุรกิจเจ็ตสกีในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ในการจัดระเบียบและการจดทะเบียนเรือเจ็ตสกีในพื้นที่เกาะนาคา เห็นชอบโซนให้บิรการเจ๊ตสกีเกาะนาคา 3 โซน เพิ่มอีก 62 ลำ จากเดิมที่มีอยู่ 32 ลำ ส่วนที่เหลือเถื่อน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (27 มกราคม 2569) นายกองเอก อดุลย์ ชูทองรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการประกอบธุรกิจเจ็ตสกีในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ในการจัดระเบียบและการจดทะเบียนเรือเจ็ตสกีในพื้นที่เกาะนาคา โดยมี นายอดุลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการเจ็ตสกีเกาะนาคา เข้าร่วม ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้า ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต
เพื่อพิจารณาแผนผังโดยสังเขปการกำหนดพื้นที่ทะเลสำหรับดำเนินกิจกรรมและกีฬาทางน้ำหรือใช้ประโยชน์พื้นที่ทางทะเลในหาดเกาะนาคา และบริเวณการใช้พื้นที่ของเจ็ตสกีเพื่อเช่าเขตจอดเรือและเขตว่ายน้ำหรือพื้นที่สำหรับเล่นน้ำของนักท่องเที่ยว รวมไปถึงพิจารณาจำนวนเรือเจ็ตสกีเพื่อเช่าในพื้นที่เกาะนาคาในส่วนที่ยื่นความประสงค์จดทะเบียนเพิ่มเติม
นายอดุลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูเก็ต รายงานในที่ประชุมว่า เกาะนาคาเดิมทีมีเรือเจ็ตสกีให้บริการอยู่จำนวน 32 ลำ แต่จากการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการประกอบธุรกิจเจ็ตสกีในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อปี 2566 ได้มีการอนุมัติเพิ่มอีกจำนวน 62 ลำตามคำขอ โดยกำหนดให้บริการในพื้นที่ 4 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 หาดท่าโป๊ะ จำนวน 11 ลำ โซนที่ 2 หาดอู่มะ 17 ลำ โซนที่ 3 อ่าวทองสุก จำนวน 17 ลำ และโซนที่ 4 หาดควายนอน จำนวน 17 ลำ แต่ทางเทศบาลตำบลป่าคลอกได้ส่งหนังสือขอให้ยกเลิกการให้บริการในพื้นที่โซนที่ 4 เนื่องจากชาวบ้านต้องการให้พื้นที่หาดควายนอนเป็นพื้นที่อนุรักษ์และเป็นพื้นที่ของประมงพื้นบ้าน เนื่องจากการให้บริการเจ๊ตสกีในบริเวณดังกล่าวส่งผลกระทบต่อพื้นที่อนุรักษ์ กระทบวิถีประมงของชาวบ้าน จึงขอให้ยกเลิกการให้บริการเจ๊ตสกีในพื้นที่ดังกล่าว จึงได้มีการประชุมพิจารณาโซนและจำนวนการให้บริการเช่าเจ๊ตสกี
ด้าน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 ต.ปากคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กล่าวว่า พื้นที่ให้บริการโซนที่ 4 หรืออ่าวควายนอนนั้นอยู่ใกล้กับชุมชนและเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านทำประมงพื้นบ้านกันอยู่ การให้บริการเจ๊ตสกีจะกระทบต่อพื้นที่อนุรักษ์ การสัญจร และการประกอบอาชีพประมง ซึ่งต้องยอมรับว่าประชาชนในพื้นที่ไม่ได้ประกอบอาชีพเจ็ตสกีเพียงอย่างเดียว ยังมีประชาชนบางส่วนที่ทำอาชีพประมง จึงขอยกเว้นพื้นที่โซนที่ 4 ไว้สำหรับการอนุรักษ์และประมงพื้นบ้าน
ขณะที่ผู้ประกอบการเจ็ตสกีในพื้นที่เกาะนาคา ก็เห็นด้วยที่จะยกเว้นพื้นที่ในโซนที่ 4 เพื่อให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์และลดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน แต่ขอให้คงจำนวนเจ๊ตสกีไว้ตามคำขอเดิม คือ 62 ลำ โดยจะแบ่งเจ๊ตสกีจำนวน 17 ลำ มาไว้ในส่วนของโซนที่ 1-3 โดยแบ่งมาไว้ในโซนที่ 1 จำนวน 5 ลำ โซนที่ 2 จำนวน 6 ลำ และโซนที่ 3 จำนวน 6 ลำ
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนผังการให้บริการเจ็ตสกี ที่บริเวณเกาะนาคา 62 ลำ โดยมีจุดให้บริการ 3 โซน ด้วยการยกเลิกโซนที่ 4 เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในชุมชนและเพื่อกันไว้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ต่อไป ซึ่งทางสำนักงานเจ้าท่าภูเก็ตจะได้ดำเนินการประกาศพื้นที่ทั้ง 3 โซน เป็นพื้นที่ให้บริการเจ๊ตสกีต่อไป
นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวในตอนท้ายว่า ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบกวดขันปฏิบัติตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และอยากจะให้มีการตรวจตราทุกทุกหาดที่มีการให้บริการเจ็ตสกี พร้อมทั้งกำชับถึงผู้ให้บริการในการขับขี่ไม่หวาดเสียวและการให้บริการจะต้องไม่ให้เป็นอันตรายกับผู้ใช้บริการซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีทางการท่องเที่ยวและการให้บริการของเจ็ตสกีทั่วทั้งเกาะภูเก็ต


