ตรัง - ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 1 พรรคกรีน เจาะฐานเสียงกลุ่มเบื่อการเมือง ท่ามกลางกระแส “กินเหยื่อ ไม่กินเบ็ด” มั่นใจมีโอกาสคว้าชัย ในขณะที่ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 2 พรรคเพื่อไทย เชื่อพลังในการเปลี่ยนแปลง
วันนี้ (27 ม.ค.) นายยงยุทธ กูลเมือง ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 1 พรรคกรีน กล่าวว่า ตนเองลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคกรีน มาตั้งแต่ร่วมก่อตั้งพรรค เมื่อปี 2562 และได้ลงสมัครครั้งแรกในพื้นที่เขต 2 ต่อจากนั้นในปี 2566 ก็ลงสมัครเป็นครั้งที่ 2 แต่ย้ายมาเป็นเขต 1 ได้อันดับที่ 7 จำนวน 447 คะแนน ส่วนล่าสุดได้ลงสมัครเป็นครั้งที่ 3 ในพื้นที่เขตเดิม พรรคเดิม ซึ่งทั่วประเทศพรรคกรีน ส่งผู้สมัคร ส.ส.ระบบแบ่งเขตแค่ 2 จังหวัด คือ ตรังกับชุมพร เนื่องจากมองว่ามีโอกาสคว้าชัยชนะได้น้อย แต่จะหันไปเน้นในระบบบัญชีรายชื่อแทน
ทั้งนี้ ตนเองยอมรับในผลงานของพรรคกรีน ซึ่งเป็นพรรคใหม่ สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.ทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา แต่เชื่อมั่นว่าในครั้งนี้จะมีโอกาสมาก เพราะขณะนี้พื้นที่ใจกลางเมืองตรัง เขต 1 มีประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร จะเลือกพรรคใด หรือมีกระแสโหวตโนสูงมาก เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันที่ทุกคนก็รู้ดีว่าเป็นยังไง จนถึงกับมีการพูดกันว่า “กินเหยื่อ ไม่กินเบ็ด” ดังนั้น ตนจึงพยายามเข้าไปเจาะฐานเสียงกลุ่มนี้ ที่เบื่อการเมือง เบื่อกระแสเทาๆ จนอาจจะทำให้เมืองตรังกลายเป็นกระแสดำๆ แล้ว หากทุกคนไม่ช่วยกันเปลี่ยนแปลง
ส่วน นายปรีชา ยอดยิ่ง ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 2 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนเองหันเหเข้าสู่เส้นทางการเมืองระดับชาติหลังเกษียณอายุราชการ ด้วยการลงสมัคร ส.ส.ตรัง เขต 2 ในนามพรรคก้าวไกล เมื่อปี 2566 โดยได้อันดับที่ 3 จำนวน 10,553 คะแนน และเป็นหนึ่งในผู้สมัครที่ช่วยให้พรรคก้าวไกลได้คะแนนในระบบบัญชีรายชื่อในจังหวัดตรังจำนวนมาก ส่วนเที่ยวนี้ก็ยังคงลงสมัคร ส.ส.ต่อในเขต 2 แต่ย้ายไปอยู่พรรคเพื่อไทย
ทั้งนี้ ถึงแม้ล่าสุดตนเองจะย้ายมาลงพรรคใหม่ แต่ก็มิได้มีปัญหาใดๆ เนื่องจากทีมงานส่วนใหญ่ 90 เปอร์เซ็นต์ยังคงร่วมงานกันอย่างต่อเนื่อง ดั่งนโยบายไม่แยกขั้ว ไม่ยึดบุคคล ประกอบกับผู้สมัครในพรรคอื่นๆ ต่างก็รู้จักกันดี แถมบางคนยังเคยทำงานร่วมกันด้วยซ้ำ จึงไม่มีปัญหาอะไรในการแข่งขันกัน อีกทั้งตนเองก็เป็นคนที่มีคุณธรรม อยู่ง่ายๆ แบบคนรากหญ้า โดยใช้หัวคะแนนธรรมชาติ ทั้งที่เคยร่วมรับราชการกันมา หรือลูกศิษย์ลูกหา ที่พอทราบว่าตนเองลงสมัคร ส.ส.อีกรอบ ก็ติดต่อเข้ามาทันที เพื่อให้ไปพบปะบอกกล่าวแนวคิดและวิสัยทัศน์
โดยเขต 2 นี้ก็มีผู้ที่นิยมชมชอบพรรคเพื่อไทยมาอย่างยาวนานจำนวนไม่น้อย และยิ่งเมื่อได้ลงไปสัมผัสทำให้เห็นว่ามีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรๆ ได้ เพราะเพื่อไทยเป็นพรรคที่กล้าหาญ กล้าใช้งบประมาณเพื่อประชาชน และคุ้มค่าภาษีอย่างแท้จริง ซึ่งกระแสตอบรับที่ดีเช่นนี้เชื่อมั่นว่าจะช่วยผลักดันให้ตนเองก้าวไปสู่ความสำเร็จ เพราะแม้เราจะเป็นตัวแทนของทุกคนไม่ได้ แต่เราเป็นตัวแทนของทุกคนตามแนวความคิดได้


