นราธิวาส - พรรคประชาชาติเปิดเวทีปราศรัยย่อยเขต 3 และ 4 สุดคึกคัก ประชาชนเกือบหมื่นคนทะลักร่วมฟัง “วันนอร์” ลั่นผลงาน 2 ปีพิสูจน์ฝีมือ พร้อมชูธง “ยุติธรรมนำการพัฒนา” ด้าน “กูเฮง” กางแผนยุทธศาสตร์ดึงอุตสาหกรรมชิปจากมาเลเซีย สร้างงานนับแสนตำแหน่ง พลิกโฉมเศรษฐกิจชายแดนใต้
วานนี้ (21 ม.ค.) ที่โรงเรียนสวนพระยาวิทยา ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ (ปช.) นำโดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรค และอดีตประธานรัฐสภา พร้อมด้วยแม่ทัพใหญ่ในพื้นที่อย่างนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส และทีมผู้สมัคร ส.ส. อาทิ นายอับดุลการีม อัสมาแอ ผู้สมัครเขต 1 หมายเลข 2 นายสูเด็ง ตอเฮ ผู้สมัครเขต 3 หมายเลข 3 นายกูเฮง ยาวอหะซัน ผู้สมัครเขต 4 หมายเลข 1 และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ผู้สมัครเขต 5 หมายเลข 1 เปิดเวทีปราศรัยย่อยท่ามกลางเสียงตอบรับอย่างกึกก้องจากประชาชนเกือบ 10,000 คน ที่หลั่งไหลมาร่วมรับฟังนโยบายจนเต็มพื้นที่ สะท้อนถึงกระแสความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า การแข่งขันทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ทำให้พรรคประชาชาติมั่นใจ คือ นโยบายที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงผลงานที่พรรคได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี โดยเฉพาะบทบาทของหัวหน้าพรรคที่ดูแลด้านความยุติธรรม และลงพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาชาติมีความพร้อมสูงสุด โดยชูผลงานที่เป็นรูปธรรมตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะบทบาทด้านการคืนความยุติธรรมให้กับประชาชน
“เราคัดผู้สมัครมาอย่างเฟ้นเฟ้น และเชื่อว่าประชาชนจะตัดสินจากผลงานที่จับต้องได้ พรรคตั้งเป้ากวาด ส.ส. ในพื้นที่ชายแดนใต้ไม่น้อยกว่า 10 ที่นั่ง และขยับเป้าบัญชีรายชื่อเพิ่มเป็น 3-4 ที่นั่ง เพื่อเข้าไปเป็นเสียงที่ดังที่สุดสำหรับคนภาคใต้ในสภาฯ นอกจากนี้ พรรคยังมีแผนการประเมินคะแนนนิยมอย่างเข้มข้นผ่านนักวิชาการถึง 3 รอบ เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เข้าถึงความต้องการของชาวบ้านอย่างแท้จริง”
ขณะที่นายกูเฮง ยาวอหะซัน ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 หมายเลข 1 กล่าวถึงสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ว่า แม้ยังมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะ แต่บริบทโดยรวมได้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด สิ่งสำคัญคือการตั้งคำถามว่า ประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากความรุนแรง และใครคือผู้ได้ประโยชน์ที่แท้จริง ซึ่งตนขอเลือกพูดถึงสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือความเป็นอยู่ของชาวบ้าน
นายกูเฮงกล่าวว่า พรรคประชาชาติยึดมั่นในหลักความยุติธรรม และได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จในการผลักดัน พ.ร.บ. ป้องกันการซ้อมทรมานและอุ้มหายฯ ซึ่งเป็นกล่องดวงใจของพรรคประชาชาติในการปกป้องสิทธิมนุษยชน เป็นกฎหมายสำคัญอย่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย จนสามารถบังคับใช้ได้จริงทั่วประเทศ รวมถึงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นกลไกคานอำนาจ และสร้างความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม
“วันนี้ความเป็นธรรมเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น แต่โจทย์ต่อไปคือคุณภาพชีวิต เราต้องทำอย่างไรให้คนในพื้นที่มีงานทำ มีรายได้ และสามารถใช้ศักยภาพของตัวเองได้ในบ้านเกิด” นายกูเฮงกล่าว พร้อมเสนอแนวคิดการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการผลิต เพื่อสร้างงานนับหมื่นถึงนับแสนตำแหน่งในพื้นที่ หากสามารถสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักลงทุนได้
“ถ้าเราสร้างความปลอดภัยให้นักลงทุนได้ เราจะดึงเม็ดเงินและงานมาให้คนในพื้นที่ได้ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนคน ลูกหลานเราไม่ต้องไปทำงานไกลบ้านอีกต่อไป” นายกูเฮงระบุ
ในช่วงท้าย พรรคประชาชาติยังได้ย้ำถึงนโยบายแก้ปัญหาปากท้องและสังคม ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้ กยศ. การปฏิรูปการศึกษาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต โดยย้ำว่าศาสนาและการเมืองต้องเดินควบคู่กัน เพื่อสร้างความยุติธรรม ความเข้าใจ และการพัฒนาที่ยั่งยืน
การปราศรัยครั้งนี้เป็นไปอย่างคึกคัก สะท้อนพลังศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพรรคประชาชาติ ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำฐานเสียงเดิม แต่ยังเป็นการแสดงแสนยานุภาพของพรรคประชาชาติที่พร้อมจะ “แลนด์สไลด์” ในพื้นที่นราธิวาสและจังหวัดชายแดนภาคใต้


