นครศรีธรรมราช – ป.ป.ช.ภาค 8 กางบัญชี 7 จังหวัดแถลงผลปฏิบัติงานเอาเรื่องนักการเมืองท้องถิ่น-ข้าราชการต้องคดีและจำคุกอื้อ หนักใจคดี “เสาโซลาร์เซลล์” สอบเกือบ 10 ปียังไม่จบ ขีดเส้นต้องส่งสำนวนคดีภายในปีงบประมาณ 69 นี้
วันนี้ (21 ม.ค.) ที่ห้องประชุมศูนย์ CLP เทศบาลนครนครศรีธรรมราช นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ภาค 8 นำผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนคือ ชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, และ นครศรีธรรมราช เข้าแถลงผลการปฏิบัติงานทั้งการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งแต่ละจังหวัดได้เปิดเผยผลคดีที่สำคัญ เช่นที่จังหวัดกระบี่ มีคำพิพากษาศาลทุจริตปละประพฤติมิชอบภาค 8 จำคุกข้าราชการกรมที่ดิน กรมการปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง 12 ราย จากการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ กรณีการออกโฉนดที่ดินในตำบลอ่าวนาง กระบี่ นอกจากนั้นยังมีการดำเนินคดีกับข้าราชการผู้บริหารสำนักก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 15 สุราษฎร์ธานี ข้าราชการครูใน จ.ระนอง กลุ่มผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการส่วนท้องถิ่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่นครศรีธรรมราช ชุมพร เป็นต้น
นอกจากนั้นยังมีการซักถามในกรณีการสอบสวนคดีทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ถูกให้ความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากในงบประมาณเกือบ 200 ล้านบาท เมื่อปี 2562 โดยที่ทำการปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช เริ่มชำรุดเสียหายไม่สามารถใช้การได้หลังติดตั้งได้ไม่นาน อีกทั้งท้องถิ่นยังปฏิเสธการรับโอนทรัพย์สินเกือบทั้งจังหวัด ปัจจุบันเช่นบนถนนสิรินคร ถูกโจรกรรมไปกว่า 100 ต้น เช่นเดียวกับถนนอีกหลายสาย มีการตั้งสอบคดีแล้วเกือบ 10 ปี แต่กลับยังไม่สามารถดำเนินการเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องได้จนถึงปัจจุบัน
ต่อข้อถามถึงความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช.อาจจะมีวิธีการดึงคดี ดองคดี ประวิงคดีให้ยาวนานไปเป็นวิธีการหลบเลี่ยงคดีเอื้อกับผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช.ภาค 8 เปิดเผยว่า กรณีเสาโซลาร์เซลล์อยู่ในกลุ่มบัญชีนวัตกรรม เรื่องนี้มีการล็อคสเปค ล็อคผู้ประกอบการมา มีความซับซ้อนมาก ขณะนี้มุ่งไปที่สารตั้งต้นเลยว่าเป็นใครอย่างไร หากดำเนินการเฉพาะในพื้นที่ แต่ถ้าทำอยู่ในเฉพาะพื้นที่ยอมรับว่าการทำคดีไม่เหมาะสมกับเวลา เมื่อติดตามได้พบว่ากำลังติดตามไปกับดีเอสไอที่มีข้อมูลเชิงลึกมาในคดีนี้ และจะนำมาประกบโยงไปถึงไหน ใครได้บ้างมากกว่าในพื้นที่
“คุยกับเจ้าของสำนวน ถ้าพวกคุณยังไม่เร่งรัดให้เสร็จเจ้าของเรื่องจะถูกลงโทษกันก่อนแล้ว แม้จะเป็นเรื่องใหญ่แต่ควรมีห้วงเวลาที่ขัดเจน หลังจากนี้เจ้าของเรื่องต้องทำแผนมาในห้วงเดือนต่อไปจะอย่างไร ผมคิดว่าไม่ควรเกินปลายปีงบประมาณนี้ อย่างน้อยที่สุดเริ่มปีงบประมาณ 70 จะต้องเสนอสำนวนได้” รองเลขาธิการ ป.ป.ช.ภาค 8 กล่าว


