ยะลา –เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายเข้าปิดล้อมพื้นที่บ้านเปาะยานิ ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา หลังพบหลักฐานกลุ่มก่อเหตุวางระเบิดปั๊มน้ำมันเข้ามาหลบซ่อนในพื้นที่ ก่อนถูกคนร้ายตอบโต้ยิงสวนหวังฝ่าวงล้อม
วันนี้ (20 ม.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 00.20 น. พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศักดิ์ดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา ได้รับแจ้งเหตุจากเจ้าหน้าที่ชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ร่วมจังหวัดยะลา ซึ่งปฏิบัติภารกิจร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง 3 ฝ่าย เข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่บ้านไม่ทราบเลขที่ หมู่ที่ 3 บ้านเปาะยานิ ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา
ต่อมาในเวลาประมาณ 03.50 น. ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยาวไม่ทราบชนิดยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัวและรักษาความปลอดภัยในพื้นที่
และล่าสุด เวลา 08.30 น. พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ออกแถลงข่าวการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยมีรายละเอียดดังนี้ จากการรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุกรณีวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน ในพื้นที่จังหวัดยะลา และได้รับแจ้งจากพี่น้องประชาชนว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่คาดว่าอาจเกี่ยวข้องจากกรณีดังกล่าว ได้เข้ามาพักพิงในเขตบ้านเปาะยานิ ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา
จากนั้น หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดยะลา หน่วยเฉพาะกิจยะลา กองกำลังตำรวจจังหวัดยะลา และกำลังร่วม 3 ฝ่าย ดำเนินการเข้าบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ทั้งนี้ได้ดำเนินมาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด รวมทั้งได้เชิญ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นเข้าพูดคุยเจรจาเพื่อให้บุคคลในบ้านได้แสดงตน ต่อมา ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านใช้อาวุธปืนยาวไม่ทราบชนิด ยิงใส่เจ้าหน้าที่ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงออกมามอบตัว เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือและขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ในการร่วมกันสอดส่องดูแลพื้นที่ เมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลขโทรศัพท์ 1341 หรือแจ้งต่อหน่วยเฉพาะกิจจังหวัด ในพื้นที่ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุน ที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


