ศูนย์ข่าวภูเก็ต - เจ้าของสปีดโบ๊ทเพลิงไหม้ 20 ลำจอดริมอ่าวฉลองรวมตัวร้องศูนย์ดำรงธรรมภูเก็ต เรียกร้องให้เรือต้นเพลิงรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น หลังเรื่องเงียบไร้วี่แววคนรับผิดชอบ
เมื่อเวลา 11.10 น.วันนี้ ( 19 ม.ค.69) ที่ห้องประชุมศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต เจ้าของสปีดโบ๊ท จำนวน 20 ลำ ที่ถูกไฟไหม้ขณะจอดอยู่ริมอ่าวฉลอง เมื่อวันที่ 7 ม.ค.2569 ที่ผ่านมา จนได้รับความเสียหายวอดทั้งลำ มูลค่าความเสียหายกว่า 38 ล้านบาท ได้รวมตัวกันมายื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต หลังจากเหตุการณ์ผ่านมากว่า 10 วัน ยังไม่มีผลสรุปทางคดี ผลสรุปทางการพิสูจน์หลักฐานเพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ รวมไปถึงการรับผิดชอบของเรือต้นเพลิง ทำให้ผู้เสียหายและเจ้าของเรือต้องแบกความรับผิดชอบต่างๆ เช่น ต้องเช่าเรือเพื่อพาลูกค้าที่จองบริการล่วงหน้าไปยังเกาะแก่งต่างๆ ทำให้มีค่าใช้จ่ายมากมายเกิดขึ้น เรือบางลำยังต้องผ่อนกับไฟแนนซ์ แต่เรือกลับใช้งานไม่ได้ หารายได้มาผ่อนไม่ได้ ซึ่งเรือแต่ละลำไม่มีการทำประกันภัย จึงรวมตัวมาขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต
โดยมีนายจรัญ ขวัญแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ รักษาราชการแทน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ภูเก็ต(ปภ.)และนายเอกภพ บัวทวน นิติกรชำนาญการพิเศษ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ตเข้ารับฟังปัญหาต่างๆของเจ้าของเรือ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาต่างๆของผู้เสียหาย จากนั้น น.ส.ปริยานุช เสงี่ยมกุลและนางกิติยา เป็นสุข ซึ่งเป็นเจ้าของเรือ 2 ใน 20 ลำที่ได้รับความเสียหายเป็นตัวแทนเจ้าของสปีดโบ๊ทยื่นหนังสือและเอกสารสำคัญต่างๆของผู้เสียหายต่อเจ้าหน้าที่ที่เป็นตัวแทนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต
นางกิติยา เป็นสุข หนึ่งในเจ้าของสปีดโบ๊ทที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้กล่าวว่า การที่พวกเรามาร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมในครั้งนี้ เราต้องการความยุติธรรมจากเรือต้นเพลิงที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ออกมารับผิดชอบกับผู้เสียหายทั้งหมด ซึ่งตนเองมีเรือ 3 ลำที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด ทำให้ไม่มีเรือใช้ ทุกวันนี้ต้องเช่าเรือ ลำบากมาก ต้องการให้เค้ามารับผิดชอบในส่วนของค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมไปถึงค่าเสียหายที่เรือถูกเพลิงไหม้ ขณะนี้ยังไม่มีการออกมาแสดงความรับผิดชอบใดๆ แม้คำพูดสักคำก็ยังไม่มี
ขณะที่ น.ส.ปริยานุช เสงี่ยมกุล เจ้าของสปีดโบ๊ทจำนวน 2 ลำที่ถูกเพลิงเผาไหม้ในครั้งนี้กล่าวด้วยว่า อยากให้หน่วยงานราชการเป็นเวทีกลางที่จะให้เจ้าของเรือต้นเพลิงมารับผิดชอบ ขณะนี้เวลาผ่านมากว่า 10 วันแล้ว ยังไม่มีการรับผิดชอบใดๆ โดยวันนี้ได้นำหลักฐานต่างๆมายื่นต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ตเป็นที่แรก และจากนี้จะเดินหน้าขอความเป็นธรรมไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยเป็นกลางในการดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายต่างๆจากเรือต้นเพลิง เบื้องต้นพวกเราอยากทราบผลการตรวจพิสูจน์เรือต้นเพลิงที่โปร่งใสและเป็นธรรมกับพวกเรา
.
นายจรัญ ขวัญแก้วและนายเอกภพ บัวทวน ได้รับหนังสือขอความเป็นธรรมจากผู้เสียหายเพื่อนำเรียน ผวจ.ภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น เพื่อเร่งรัดการสอบสวนข้อเท็จจริงและผลการตรวจพิสูจน์เรือต้นเพลิง เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้หนังสือขอความเป็นธรรมบางส่วนยังระบุด้วยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านมูลค่าทรัพธ์สินความเสียหายจากการประกอบอาชีพ และผลกระทบต่อความเป็นอยู่ อย่างไรก็ตามภายหลังเกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน ผู้ร้องเรียนและผู้เสียหายที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้รับการแสดงความรับผิดชอบอย่างเหมาะสมจากเจ้าของเรือต้นเพลิง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความเสียใจ การเยียวยาความเสียหายหรือการดำเนินการใดๆ อันเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เสียหาย
การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเลยต่อหน้าที่และละความรับผิดชอบ โดยเฉพาะหลักความรับผิดทางละเมิดตามประมวลกฎหมายเพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง อันกำหนดให้ผู้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายและผู้ร้องเรียนจึงใคร่ขอให้ศูนย์ดำรงธรรมรับเรื่องไว้และดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริษัทเจ้าของเรือต้นเพลิงแสดงความรับผิดชอบอย่างเป็นธรรมและดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายที่ได้รับผลกระทบตามสิทธิอันชอบด้วยกฎหมาย


