ศูนย์ข่าวภูเก็ต – ฝ่ายปกครองภูเก็ต เข้าตรวจสอบโรงแรมดัง ปมคลิปชายใช้คีย์การ์ดเปิดห้องพัก ลั่นหากพบโรงแรมบกพร่องในการดูแลแขก อาจนำไปสู่การไม่ต่อใบอนุญาตโรงแรม ด้านโรงแรมแจงพร้อมปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
เมื่อเวลา 11.00 น. ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต นำโดย นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปรากฏคลิปในสื่อออนไลน์ ชายปริศนาใช้คีย์มาสเตอร์ (Key Master) เปิดห้องพักของแขกโดยไม่ได้รับอนุญาต ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท ภูเก็ต สุรินทร์ บีช สถานที่เกิดเหตุ
นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงเพื่อตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมาย และประเมินมาตรการด้านความปลอดภัยของโรงแรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาใช้บริการ หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าโรงแรมแห่งนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการขอต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม โดยใบอนุญาตเดิมสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งจังหวัดกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาตามขั้นตอนทางกฎหมาย ทั้งนี้ โรงแรมมีชื่อจดทะเบียนว่า “โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท ภูเก็ต สุรินทร์ บีช” เป็นโรงแรมประเภทที่ 3 จำนวน 256 ห้อง ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
ปลัดจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า ตามกฎหมายโรงแรม ผู้ประกอบการและผู้จัดการโรงแรมมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งการจัดทำและเก็บรักษาทะเบียนผู้พักเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี การรายงานข้อมูลผู้เข้าพักต่อนายทะเบียน รวมถึงหน้าที่ตามมาตรา 38 ที่ต้องดูแลไม่ให้บุคคลใดหลบซ่อนหรือมั่วสุมในเขตโรงแรม ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นประเด็นที่ฝ่ายปกครองให้ความสำคัญอย่างยิ่ง และหากพิจารณาแล้วพบว่าโรงแรมมีส่วนเกี่ยวข้องหรือบกพร่องในการดูแล อาจนำไปสู่การพิจารณาไม่ต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม
“การดำเนินการในกรณีนี้ เป็นไปเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคน โดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลมีชื่อเสียงหรือประชาชนทั่วไป พร้อมยืนยันว่าจังหวัดจะเร่งดำเนินการอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอย่างเคร่งครัด” ปลัดจังหวัดภูเก็ต ย้ำ
ด้าน นายถิรมน ลาภสวัสดิ์ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล และ Group Director of People and Culture ของโรงแรม ชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการกระทำของบุคคล ซึ่งมีการปลอมแปลงบัตรพนักงานของผู้อื่น และมีการลบข้อมูลบางส่วนของกล้องวงจรปิด ทำให้โรงแรมต้องดำเนินการสอบสวนเชิงลึก โดยขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกในยามวิกาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และผู้ก่อเหตุได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายของฝ่ายตำรวจ
ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุ คือ นายคณิศร นวลกลับ (เบิร์ด) ตำแหน่ง LP Supervisor (Loss Prevention หรือ เจ้าหน้าที่ป้องกันการสูญเสียของโรงแรม) ซึ่งไม่ใช่หัวหน้า รปภ. ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลไปก่อนหน้านี้
และโรงแรมยืนยันว่า ได้ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายทันที ทั้งการอำนวยความสะดวกในการย้ายห้อง คืนเงินเต็มจำนวน ยกเว้นค่าอาหาร และมีการติดต่ออัปเดตข้อมูลกับผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งทบทวนและปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต


