xs
xsm
sm
md
lg

กมธ.วุฒิสภารุกสอบปมเยียวยา 1,200 ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย “พูโล-บีอาร์เอ็นเก่า-จคม.สายมุสลิม” หลังถูกดองสัญญารัฐมานานนับทศวรรษ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ลงพื้นที่ค่ายสิรินธร รับฟังปมร้อน "ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย" กลุ่มพูโล-บีอาร์เอ็นรุ่นเก่า-จคม.มุสลิม กว่า 1,200 ราย ร้องถูกทอดทิ้งไร้ที่ดินทำกิน-อาชีพตามสัญญาตั้งแต่ยุค "พล.อ.ชวลิต" จี้รัฐขจัดเหลื่อมล้ำ หลังพบกลุ่มสายคอมมิวนิสต์ได้รับการดูแลดีกว่า

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2569 คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการฯ พร้อมด้วย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สว. ในฐานะโฆษกและเลขานุการ กมธ. เดินทางลงพื้นที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เพื่อประชุมร่วมกับ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความมั่นคงและมิติการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ประเด็นสำคัญที่ กมธ. ให้ความสนใจคือกรณีหนังสือร้องเรียนจากกลุ่ม ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกขบวนการที่เคยเคลื่อนไหวในอดีต 3 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย อดีตขบวนการพูโล (PULO) อดีตสมาชิกบีอาร์เอ็น (BRN) รุ่นเก่า อดีตโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา (จคม.) สายมุสลิม

จากการตรวจสอบพบว่า มีจำนวนผู้ตกค้างรวมประมาณ 1,200 คน ซึ่งคนกลุ่มนี้ตัดสินใจวางอาวุธและเข้ารายงานตัวเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ตั้งแต่สมัยที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) โดยในขณะนั้นรัฐได้ให้คำมั่นสัญญาจะช่วยเหลือใน 2 ประเด็นหลัก คือ การจัดสรรที่ดินทำกิน และ การส่งเสริมพัฒนาอาชีพ

"ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา กลุ่มคนเหล่านี้กลับยังไม่ได้รับการสานต่อหรือได้รับความช่วยเหลือตามที่ภาครัฐเคยรับปากไว้ ทำให้มีการติดตามทวงถามความคืบหน้าจากทั้งกองทัพและรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน" นายไชยยงค์ ระบุ

โฆษก กมธ. กล่าวต่อว่า กมธ. พบข้อสังเกตสำคัญที่เป็นประเด็นความเหลื่อมล้ำ คือกลุ่ม ผรท. สายมุสลิมและอดีตขบวนการพูโล-บีอาร์เอ็น มักได้รับกระบวนการดูแลและเยียวยาที่ "ล่าช้ากว่า" กลุ่ม ผรท. ที่มาจากสายพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในอดีต

กมธ. จะทำหน้าที่เป็น "หน่วยงานกลาง" เชื่อมโยงระหว่างกลุ่ม ผรท. กับรัฐบาล โดยได้นัดหมายตัวแทนจากทั้ง 4 กลุ่ม เข้าพบเพื่อสรุปแนวทางเยียวยาเสนอต่อรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการสร้างสันติสุขให้เท่าเทียมกัน

ด้าน พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ได้บรรยายสรุปภาพรวมการขับเคลื่อนงานในปีงบประมาณนี้ โดยมุ่งเน้น 8 กิจกรรมสำคัญ อาทิ การสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน, สลายวงจรความรุนแรง, ปราบปรามภัยแทรกซ้อน และการหนุนเสริมกระบวนการพูดคุยสันติสุข

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถของ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมอบภารกิจดูแลพื้นที่แทนกำลังทหารในอนาคต ควบคู่ไปกับการใช้ศาสตร์พระราชา "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" เพื่อสร้างความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่

แหล่งข่าวจาก กมธ. ระบุว่า หลังจากนี้จะมีการรวบรวมข้อมูลปัญหาการถือครองที่ดินและสิทธิทำกินของกลุ่ม ผรท. ทั้ง 1,200 ราย เพื่อเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภาและส่งต่อไปยังรัฐบาล เพื่อปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำที่เรื้อรังมานานกว่า 20 ปี


กำลังโหลดความคิดเห็น