xs
xsm
sm
md
lg

ครบรอบ 35 ปี ม.อ.สุราษฎร์ธานี ตอกย้ำ “วิทยาเขตแห่งคุณค่า” สู่การพัฒนาภาคใต้อย่างยั่งยืน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภาคใต้ - ครบรอบ 35 ปี ม.อ.สุราษฎร์ธานี ย้ำแนวคิด “วิทยาเขตแห่งคุณค่า” ตอกย้ำบทบาทสถาบันอุดมศึกษาในการขับเคลื่อนพัฒนาชุมชน เศรษฐกิจฐานราก และสังคมอย่างยั่งยืน มุ่งสู่มาตรฐานระดับโลก

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี จัดงานแถลงข่าวเนื่องในโอกาสครบรอบ 35 ปีแห่งการก่อตั้ง ภายใต้แนวคิด “วิทยาเขตแห่งคุณค่า เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาภาคใต้อย่างยั่งยืน สู่ระดับแนวหน้าของโลก” ในโครงการเครือข่ายสัมพันธ์สงขลานครินทร์ ครั้งที่ 5 (The 5th PSU Network on Surat Thani Campus) เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี โดยมีคณะผู้บริหาร บุคลากรจากทั้ง 5 วิทยาเขต และเครือข่ายสื่อมวลชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง


รองศาสตราจารย์สุชาดา ทิพย์มนตรี รองอธิการบดีวิทยาเขตสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การก้าวสู่ปีที่ 35 เป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันอุดมศึกษาหลักของภาคใต้ตอนบน ที่ทำหน้าที่ขยายโอกาสทางการศึกษา ผลิตกำลังคนคุณภาพ สร้างองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และการบริการวิชาการ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ตลอดระยะเวลา 35 ปี วิทยาเขตสุราษฎร์ธานีเติบโตจากนักศึกษารุ่นแรกเพียงไม่กี่สิบคน สู่การเป็นสถาบันหลักในการผลิตบัณฑิต งานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์พื้นที่ โดยขับเคลื่อนภารกิจภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ PSU Surat SMART ที่มุ่งพัฒนาวิทยาเขตควบคู่กับการยกระดับสังคมและชุมชนรอบข้างอย่างเป็นรูปธรรม

หนึ่งในกลไกสำคัญคือการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ผ่านโมเดล R&D Blueprint ซึ่งมหาวิทยาลัยร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ และภาคเอกชน โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ


โดยหัวใจของโครงการคือ การ ทำให้ผู้ประกอบการมีระบบความคิดด้าน R&D เป็นของตนเอง ไม่ใช่เพียงพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิต เทคโนโลยี บุคลากร มาตรฐาน ความยั่งยืน ไปจนถึงการเพิ่มยอดขายในระยะยาว ซึ่งตัวอย่างความสำเร็จอย่าง บริษัท วิยะเครป โปรดักส์ จำกัด สามารถเพิ่มยอดขายจาก 250 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาทได้เร็วกว่ากรอบแผนที่วางไว้ และสามารถคว้ารางวัลด้านนวัตกรรมและการบริหารจัดการ อาทิ รางวัลชนะเลิศสาขานักธุรกิจนวัตกรรมระดับภูมิภาค และรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับประเทศ จากเวที Innovation Award 2024 รวมถึงรางวัลอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่น ประเภทการบริหารจัดการที่ดี

ในมิติด้านศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า ศูนย์ศรีวิชัยศึกษา คณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับชุมชน โดยมุ่งวางรากฐานการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สู่การเป็นเมืองมรดกโลก ซึ่งศูนย์ศรีวิชัยศึกษาก่อตั้งขึ้นจากโจทย์การฟื้นฟูพื้นที่ทุ่งใสไช และการใช้ทุนทางวัฒนธรรมเป็นฐานพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยพัฒนาองค์ความรู้ทั้งในรูปแบบรายวิชา “สวัสดีศรีวิชัย” หลักสูตรออนไลน์ PSU MOOC และโครงการ “ศรีวิชัย School Bus” เพื่อนำองค์ความรู้ลงสู่โรงเรียนและเยาวชนในพื้นที่


ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยยังทำหน้าที่เป็น “ตัวกลางเชิงระบบ” เชื่อมโยงนักวิจัย หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชนและชุมชนท้องถิ่น ในการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ “ทุ่งใสไช” อำเภอไชยา สู่ศูนย์นวัตกรรมเพื่อสังคม โดยบูรณาการงานวิจัยด้านเกษตร ประมง และปศุสัตว์ ภายใต้แนวคิด BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) ควบคู่ ESG (Environment, Social, Governance) เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจฐานทรัพยากรที่หมุนเวียนและยั่งยืน ตั้งแต่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การพัฒนาฟาร์ม การปลูกพืชโปรตีนสูง ไปจนถึงการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภูทางสู่เป้าหมาย “อาหารแห่งอนาคต”

ในด้านการขับเคลื่อนภารกิจการบริการวิชาการ ได้มีโครงการพัฒนาวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนบ้านเกาะแรต อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งนำองค์ความรู้จากงานวิจัยและการเรียนการสอนลงสู่พื้นที่จริง โดยบูรณาการงานวิจัยของนักศึกษาระดับปริญญาตรีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เพื่อวางรากฐานการจัดการท่องเที่ยวชุมชนอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิดการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ให้ชุมชนมีบทบาทตั้งแต่การตั้งโจทย์ สะท้อนปัญหา และร่วมออกแบบแนวทางการพัฒนา โดยมหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงทางวิชาการ


ผลการดำเนินงานช่วยยกระดับการรวมกลุ่มของชุมชนจากการดำเนินกิจกรรมโฮมสเตย์รายบุคคล สู่การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนที่มีระบบบริหารจัดการร่วมกัน ทั้งด้านบทบาทหน้าที่ กติกาการทำงาน และการจัดสรรรายได้ส่วนกลาง รวมถึงการยกระดับมาตรฐานด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดดิจิทัล และการสร้างความเข้มแข็งทางสังคมในชุมชน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเชื่อมโยงงานวิจัยกับการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

การก้าวสู่ปีที่ 35 จึงไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองวาระเวลา แต่คือการตอกย้ำความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ในการยืนหยัดเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่สร้างคุณค่า ขับเคลื่อนการพัฒนาภาคใต้อย่างยั่งยืน และก้าวสู่มาตรฐานแนวหน้าของประเทศและระดับโลกในอนาคต
































กำลังโหลดความคิดเห็น